ชุมนุม “ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ” หวั่นปะทะกลุ่ม “ศอปส.” นายกย้ำเจ้าหน้าที่ต้องอดทน

4

การชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอก “ขีดเส้นตายไล่เผด็จการ” ตั้งแต่เวลา 14.40 น. โดยกลุ่มผู้ชุมนุมลงปักหลักบนถนนราชดำเนินกลาง พร้อมตั้งเวทีปราศรัย หันหลังให้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งร้านแมคโดนัล จึงมีการปิดการจราจรตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอกตั้งแต่อนุสาวรรีย์ประชาธิปไตยถึงแยกคอกวัว โดยมีนายทัพเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือฟอร์ด แกนนำกลุ่มได้ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง คือ 1.รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาขน ที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตย 2.รัฐบาลต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากเจตจำนงของประชาชน เพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างแท้จริง และ 3.รัฐบาลต้องยุบสภาเพื่อเป็นการเปิดทางให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกผู้แทนได้ พร้อมทั้งย้ำจุดยืน 2 ประเด็น คือ ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร และต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นายเพนกวินที่ได้เพิ่งได้รับการประกันตัวก็ได้เดินทางมาให้กำลังใจพร้อมถือป้ายขึ้นเหนือศรีษะ ระบุข้อความว่า “ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อ” และได้ยุติการชุมนุมในเวลา 22.25 น. ในขณะของฟากถนนหน้าร้านศรแดง ก็ได้มีการรวมกันกลุ่มของนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบัน (ศอปส.) เช่นกัน แต่ได้ยุติไปเมื่อเวลา 16.00 น. หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าเจรจากลัวจะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม ทางกลุ่ม ศอปส. จึงตกลงยุติกิจกรรม เนื่องจากได้มาแสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว

นายกรัฐมนตรีขอให้เจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา ใช้ความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุ ห้ามใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมเด็ดขาด โดยให้เข้าใจว่าความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติของการเมือง จึงต้องเปิดโอกาสให้เยาวชน คนหนุ่มสาวได้แสดงออกอย่างเต็มที่ แต่ต้องไม่เกินเลยกรอบกฏหมายและไม่กระทบต่อสิทธิผู้อื่น บิ๊กตู่ยังแสดงความห่วงใยผู้ชุมนุมให้หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรง เพราะขณะทั่วโลกและประเทศไทยกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคโควิท-19 ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอยู่แล้ว คนไทยทุกๆรุ่นต้องร่วมกันสร้างชาติไทยไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ร่วมแสดงความคิดเห็น