ต้นไม้ฟอกอากาศเลี้ยงง่ายกว่าที่คิด

98

เมื่อมลพิษและฝุ่นละอองทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็นกระจายฟุ้งอยู่ในอากาศ แถมอากาศนับวันก็ยิ่งเลวร้ายลงทั้งจากการเผาไหม้ของป่า เชื้อเพลิงจากการผลิตของอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ ฝุ่น PM 2.5 หรือแม้แต่โรงงานที่เกิดจากการระเบิดที่เราเห็นตามข่าวไม่นานมีนี้ กลับมาบ้านก็อาจจะต้องเผชิญหน้ากับฝุ่นละอองอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้ระบบในร่างกายเราและระบบทางเดินหายใจมีปัญหาอาจจะทำให้เกิดการเจ็บปวดได้ง่ายทั้งยังมีแนวโน้มเกิดปัญหาสุขภาพในอนาคตอีกด้วย

ต้นไม้ฟอกอากาศ
เครดิตรูปภาพ : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/941884

เพราะฉะนั้นตัวช่วยบางอย่างก็สามารถทำหน้าที่กรองอากาศหรือฟอกอากาศทำให้สภาพแวดล้อมกลับมาน่าอยู่อีกครั้ง ต้นไม้ฟอกอากาศเป็นทางเลือกที่ดีในสภาวะอย่างนี้ เพราะเป็นสิ่งที่มาจากธรรมชาติทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดผลเสียอย่างแน่นอน แถมต้นไม้บางชนิดราคาไม่แพงถ้าหากเจอแหล่งซื้อขายที่น่าไว้ใจ ต้นไม้บางชนิดมีหน้าที่และประโยชน์เฉพาะตัวสามารถดูดซับสารก่อมะเร็งได้ ที่มากกว่านั้นคือการเลี้ยงดูต้นไม้พวกนี้ไม่ยากอย่างที่คิด วันนี้เราเลยจะมาแบ่งปันวิธีการดูแลต้นไม้ฟอกอากาศกันค่ะ รับรองว่าไม่ว่าใครก็สามารถทำได้อย่างแน่นอน

กำหนดวัตถุประสงค์ สำรวจพื้นที่ และทำการศึกษา

เริ่มแรกคนส่วนใหญ่จะเลือกซื้อต้นไม้ฟอกอากาศจากชนิดที่ตนชอบ พันธุ์ต้นไม้ที่เราคุ้นหูกันก็จะเป็น ยางอินเดีย ต้นไทรใบสัก มอนสเตอร่า เดหลี ลิ้นมังกร เศรษฐีเรือนนอก/ใน เป็นต้น เบื้องต้นเราอยากให้คำนึงถึงจุดประสงค์ก่อนว่าจะเอามาปลูกที่ไหน ปลูกในบ้านหรือบริเวณนอกบ้าน สำหรับมือใหม่เราขอแนะนำเป็นการปลูกในบ้านเพื่อการเลี้ยงดูที่สะดวกสามารถใช้ประโยชน์จากเค้าได้โดยตรง คือ ใช้ฟอกอากาศภายในบ้านนั่นเองทั้งยังเหมือนเป็นกำลังใจสำหรับมือใหม่อีกด้วย

จากนั้นกำหนดจุดว่าจะวางไว้ส่วนไหนของบ้าน เพราะชนิดของต้นไม้ที่เราเลือกซื้อมามีข้อจำกัดของตัวมันเอง บางชนิดอาจจะชอบแสงแดดจัด บางชนิดชอบอยู่ในที่ร่มหรือชื้น บางชนิดไม่เหมาะกับจะวางไว้ในห้องนอนเพราะกลางคืนเค้าจะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา เพราะงั้นควรศึกษาต้นไม้ชนิดนั้นที่เราจะเอามาเลี้ยงก่อนให้ดีไม่อย่างนั้นมีสิทธิ์ที่เลี้ยงไปเลี้ยงมาเค้าอาจจะตายได้ แต่สำหรับต้นไม้ฟอกอากาศที่เราแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นคือลิ้นมังกร เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลเยอะ อยู่ได้เป็นหมื่นปี ผลิตออกซิเจนได้ในเวลากลางคืน เติบโตได้ในที่ร่ม รดน้ำเพียงวันละหนึ่งครั้งเท่านั้น แถมลักษณะลวดลายสวยงามเหมาะกับการนำมาประดับตกแต่งห้องอีกด้วย

ต้นไม้ฟอกอากาศ
เครดิตรูปภาพ : https://sistacafe.com/summaries/50708

สำรวจดิน เตรียมพื้นที่ปลูกและการปลูก

การเตรียมดินก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากเตรียมดินให้เหมาะสมกับชนิดของพันธุ์ไม้ก็จะทำให้ต้นไม้ของเราเติบโตไปได้อย่างสวยงาม ลักษณะดินก็มี ดินร่วน ดินเหนียว หรือดินร่วนปนทราย ควรพิจารณาว่าดินนั้นๆเหมาะที่จะใช้กับพืชที่เราซื้อมาปลูกหรือเปล่า หากเป็นต้นไม้ฟอกอากาศแล้วล่ะก็การใช้ดินร่วนซุยปลูกก็เหมาะสมกับบ้านเราแล้วและหาได้ไม่ยาก บางท่านก็ซื้อต้นไม้จากร้านต้นไม้ในลักษณะโตพ้นที่จะเป็นต้นกล้าแล้วเพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องคำนึงถึงดินในเบื้องต้นแต่ควรคำนึงถึงกระบวนการต่อมาคือเลี้ยงอย่างไรไม่ให้ตายก็พอ

แต่หากท่านไหนนำเค้ามาโดยที่ยังเป็นต้นกล้าส่วนใหญ่พืชมาแบบยังบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ให้นำเค้าออกมาจากถุงโดยให้กระทบกระเทือนถึงรากน้อยที่สุด เสร็จแล้ววางเค้าลงในกระถางที่เราเตรียมไว้หรือในหลุมที่ขุดรอเอาเค้าลงดินแล้วกลบด้วยดินที่เราเตรียมเอาไว้แล้วกดดินให้แน่นพอประมาณ จากนั้นหาไม้มาปักแล้วเอาเชื่อกมาผูกต้นไม้กับไม้ปักเพื่อช่วยในการทรงตัวของต้นไม้และป้องกันลมพัดต้นไม้โยกแล้วรดน้ำให้ชุ่ม ควรรดน้ำอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้งในช่วงแรกเพื่อให้เค้าตั้งตัวได้ก่อน จากนั้นให้รดโดยคำนึงฤดูกาลและข้อจำกัดของชนิดพันธุ์ว่าชอบน้ำมากน้อยแค่ไหน

การดูแลบำรุงรักษา

สำหรับการดูแลรักษาต้นไม้ฟอกอากาศให้อยู่กับเราไปนานแล้วนั้น กิจวัตรง่ายๆเลยคือต้องรดน้ำเค้าติดต่อกันทุกวันเพื่อให้รากเจริญเติบโตอย่างน้อยควรรดตอนเย็นอย่างน้อยหนึ่งครั้งก็ยังดีตลอดสัปดาห์ เมื่อเค้าเริ่มโตขึ้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือเจ้าพวกวัชพืชตัวร้ายเป็นอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับต้นไม้เราอย่างแน่นอนในระยะเริ่มแรก การพรวนดินใส่ปุ๋ยจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากวัชพืชแล้วยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ต้นไม้เราโตช้าอีกด้วย นั่นคือแมลง โรค รา เห็ด ที่คอยมารบกวนอยู่ร่ำไป ซึ่งปุ๋ยที่นำมาใช้ก็มีหลากหลาย มีทั้งที่ได้จากธรรมชาติและเป็นแบบเคมี แบบธรรมชาติก็จะมีน้ำหมักขี้วัว บำรุงต้น บำรุงใบให้ไม่ร่วงและเขียวสวย น้ำปูนใสป้องกันเชื้อโรค รากเน่า จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงที่ช่วยเรื่องปรับสภาพดินบำรุงดินซึ่งมีแร่ธาตุอาหารอย่างฟอสฟอรัส ไนโตเจน โพรแทสเซียม เป็นต้น วิธีการผสมก็ไม่ยาก ใช้น้ำเปล่า 10 ลิตร น้ำหมักขี้วัวประมาณ 0.5 ลิตร น้ำปูนใส 2 ช้อนแกง และจุลินทรีย์ 2 ช้อนแกง เอามาผสมเข้าด้วยกันแล้วใส่กระบอกหัวสเปรย์เอาไว้ฉีดพ่นได้ง่ายไม่ยุ่งยาก หากเป็นปุ๋ยเคมีก็ใช้ Osmocote 13-13-13 กก. ก็ได้ค่ะ

เครดิตรูปภาพ :

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/941884
https://sistacafe.com/summaries/50708

Previous articleสื่อออนไลน์ แหล่งบันเทิงและการตลาดแห่งใหม่ในโลกปัจจุบัน
Next articleบอกต่อ 4 ขั้นตอนการใช้โฟมล้างหน้าใสที่คุณควรรู้ไว้