“แสตมป์” วางเป้าน็อก “ริตู” ละเลงเลือดบนเวทีชิงแชมป์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์

25

เวิลด์ กรังด์ปรีซ์

แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ประกาศความพร้อมเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ก่อนเดินทางไปสิงคโปร์เพื่อระเบิดศึก เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวทหญิง รอบชิงชนะเลิศ กับนักมวยปล้ำชาวอินเดีย โดยเธอหวังชนะน็อกและอาจได้เห็นเลือดของคู่ต่อสู้บนเวที

เหลือเพียงสัปดาห์เศษก็จะถึงอีกหนึ่งไฟท์สำคัญของ แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ นักสู้สาวจากระยอง ที่มีโปรแกรมช่วงชิงเข็มขัดแชมป์ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวทหญิง รอบชิงชนะเลิศ กับ ริตู โฟกาต นักมวยปล้ำสาวจากอินเดีย เป็นรองคู่เอกของศึก ONE: WINTER WARRIORS ในวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม ศุกร์นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ จัดโดย ONE Championship องค์กรศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน หรือ MMA แถวหน้าของทวีปเอเชีย

โดยเป็นที่คาดหมายว่า แชมป์เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ รุ่นอะตอมเวทหญิงคนแรกของ ONE จะได้สิทธิเป็นผู้ท้าชิงคนต่อไปของ แองเจลา ลี แชมป์โลก ONE รุ่นอะตอมเวทหญิง ซึ่งช่วงนี้พักเบรกการต่อยตีเนื่องจากต้องเลี้ยงดูลูกน้อย

ทางด้าน แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ที่ผ่านมาได้ทำการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ โดยเจ้าตัวได้เผยว่า สภาพร่างกายตอนนี้พร้อมเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือแค่ลดน้ำหนัก และรอบินไปชกที่สิงคโปร์ พร้อมขอแรงใจแรงเชียร์จากแฟน ๆ MMA ชาวไทยเพื่อให้เธอนำเข็มขัดแชมป์กลับประเทศไทยให้ได้

สำหรับการเตรียมตัวนั้น แสตมป์ ได้เก็บตัวอยู่ที่ค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเธอได้ลงนวมซ้อมกับ ยอดไก่แก้ว และ แรมโบ้ เพื่อนร่วมค่าย นอกจากนี้ยังได้รับความช่วยเหลือจาก เจเนลีน โอลซิม ชาวฟิลิปปินส์ ที่เป็นคู่ชกของริตูในรอบรองชนะเลิศ ได้เดินทางช่วยในการฝึกซ้อมกับเธอด้วย

แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ ได้เตรียมแก้ลูกดึงชักเท้ากลับ เนื่องจากแสตมป์มีจุดอ่อนเรื่องดึงเท้ากลับช้า เพื่อไม่ให้ถูกเทกดาวน์ลงไปนอนได้ง่าย โดยตัวแปรที่จะชนะริตูได้นั้นอยู่ที่ความแข็งแรงและความเร็ว เพราะริตูเป็นมวยปล้ำ คงพยายามเทกดาวน์คู่ต่อสู้เพื่อควบคุมเกม แต่ริตูมีจุดอ่อนบริเวณท้องและคางเปราะ ”

นักสู้สาวจากระยอง คาดหมายบทสรุปการต่อสู้ครั้งนี้ว่า “ ไฟท์นี้อาจจะเห็นเลือดบนเวที เพราะแสตมป์เตรียมลับเข่าและศอกไปฟันคู่ชก โดยตั้งใจไปชนะน็อกให้ได้ ”

TKPcomic

Previous articleโปรสาวร่วมบู๊กอล์ฟรายการส่งท้าย “ไทย แอลพีจีเอ ทัวร์ 2021”
Next articleBlade & Soul ปล่อยอาชีพใหม่ดาบคู่ “ดาบสามภพ – ผกาศร”