Bad Boys For Life ครองอันดับ 1 หนังทำเงินสูงสุดปี 2020 ในสหรัฐ

1

หนังทำเงิน

หลังจากที่เพิ่งผ่านพ้นปี 2020 มาได้ไม่นาน และในเวลานี้ก็กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาในช่วงต้นปี 2021 ที่ทุกอย่างยังคงคลุมเคลือกับการฟื้นตัวของสภาวะโรคระบาด แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการสรุปภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อย

เป็นที่ทราบกันดีว่า ในปี 2020 คือปีที่สภาวะโรคระบาดได้เริ่มต้นอย่างแท้จริง โดยการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา 2019 ส่งผลกระทบเป็นอย่างมากให้กับวงการภาพยนตร์ไปทั่วโลก และแน่นอนว่า อุตสาหกรรมหนังฮอลลีวูดในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จำนวนโรงภาพยนตร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ต้องถูกล็อคดาวน์และห้ามฉายมีจำนวนมากมาย

ดังนั้นรายได้ภาพยนตร์ในปี 2020 จึงค่อนข้างต่ำและออกมาผิดคาดในหลาย ๆ ภาพยนตร์ และก็ดูเหมือนว่าภาพยนตร์ที่ทำเงินได้ดีคือภาพยนตร์ที่เข้าฉายก่อนช่วงที่สภาวะโรคระบาดจะเกิดขึ้น เพราะภาพยนตร์ที่เข้าฉายในช่วงสภาวะโรคระบาดในปี 2020 นั้นไม่มีเรื่องใดเลยที่ติดอันดับ 1-10 แม้กระทั่งภาพยนตร์ดังอย่าง Tenet ที่ดูจะเป็นความหวังสูงสุดในสภาวะโรคระบาด ก็ทำเงินไปได้เพียงแค่ 46 ล้านเหรียญ (ราว 1,500 ล้านบาท) เท่านั้นในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งหนังก็ติดเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 14

ในขณะที่หนังที่ทําเงินสูงสุดประจำปี 2020 ได้แก่ภาพยนตร์เรื่อง Bad Boys For Life ภาพยนตร์ภาคต่อของคู่หูนรกแตก ที่ออกฉายไปตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2020 โดยรายได้รวมของหนังอยู่ที่ 206.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว ๆ 6,500 ล้านบาท) ทั้งนี้หลายฝ่ายต่างคาดกันว่าหนังได้ออกฉายรอบพิเศษมาก่อนในช่วงเดือนธันวาคมปี 2019 จึงทำให้รายได้หนังค่อนข้างมากกว่าปกติ

สำหรับ 10 อันดับหนังทำเงินทั้งหมด มีดังต่อไปนี้

  1. Bad Boys for Life3 ล้านเหรียญสหรัฐ (6,500 ล้านบาท)
  2. 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (4,500 ล้านบาท)
  3. Sonic the Hedgehog0 ล้านเหรียญสหรัฐ (4,000 ล้านบาท)
  4. Jumanji : The Next Level 7 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,800 ล้านบาท)
  5. Star Wars : Episode IX – The Rise of Skywalker4 ล้านเหรียญสหรัฐ (3,300 ล้านบาท)
  6. Birds of Prey 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,700 ล้านบาท)
  7. Dolittle 0 ล้านเหรีญสหรัฐ (2,400 ล้านบาท)
  8. Little Women 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (2,100 ล้านบาท)
  9. The Invisible Man 9 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,900 ล้านบาท)
  10. The Call of the Wild3 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,800 ล้านบาท)
ร่วมแสดงความคิดเห็น