แฟลชไดร์ฟกับมือถือใช้งานร่วมกันได้อย่างไร

24

อาจมีหลายคนให้ความสนใจในเรื่องของการใช้งานสมาร์ทโฟนกับแฟลชไดร์ฟเป็นอย่างมาก เพราะเราจะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนนั้นสามารถเชื่อมต่อสาย USB อย่างสายชาร์จมือถือ เพื่อทำการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อรับ-ส่งข้อมูลได้ แล้วทำไมถึงไม่สามารถเชื่อมต่อผ่านแฟลชไดร์ฟโดยตรงได้หล่ะ เพราะถ้าหากต้องการจะย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ให้กับโทรศัพท์อีกเครื่องจำเป็นจะต้องใช้ Internet Wi-Fi ที่มีความเร็วสูงในการถ่ายโอนข้อมูลแต่ถ้าหากในบางพื้นที่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะทำอย่างไร จะต้องไปตามร้านอาหารหรืออาคารที่มีการปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ใช้ฟรีหรือไม่ แล้วถ้าหากเราไปในพื้นที่อับ ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตอย่างในป่า บนเขา บนดอย สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ แต่ต้องการเก็บข้อมูลในอุปกรณ์สมาร์ทโฟนแต่ไม่ต้องการให้หน่วยความจำของสมาร์ทโฟนเต็มจะต้องทำอย่างไร

แฟลชไดร์ฟ

ในปัจจุบันนี้เราเห็นเทคโนโลยีการผลิตสมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือมีการพัฒนาที่ก้าวไกลจนมีความสามารถที่เหนือชั้นกว่าแต่ก่อนที่โทรศัพท์มือถือนั้นเพียงแค่ใช้รับสายเข้า-โทรออก ส่ง SMS เพียงเท่านั้น แต่ในสมัยนี้สมาร์ทโฟนมีความสามารถเกือบเทียบเท่าคอมพิวเตอร์ขึ้นไปทุกที แถมยังสามารถถ่ายภาพต่าง ๆ ได้เสมือนกล้องถ่ายภาพขนาดพกพาที่มีความละเอียดสูง มีลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งแฟลชไดร์ฟในปัจจุบันที่แตกต่างจากสมัยก่อนเป็นอย่างมาก แต่ก่อนนั้นแฟลชไดร์ฟใช้สำหรัยเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพียงเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นต่าง ๆ ภายในบ้าน เช่น เครื่องเล่นเพลง สมาร์ททีวี เครื่องเสียงรถยนต์ และยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ถ้าหากแฟลชไดร์ฟสามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเลตได้ การใช้งานคอมพิวเตอร์คงจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวลงไปอีกอย่างแน่นอน เพราะเรื่องของการพกพาไปยังสถานที่ต่าง ๆ การใช้งานที่ง่ายขึ้น และความรวดเร็วที่มากกว่าของสมาร์ทโฟน

แต่ก่อนอื่นเลยเรามาตรวจสอบกันก่อนว่าสมาร์ทโฟนของคุณสามารถใช้งานกับแฟลชไดร์ฟได้หรือไม่เพราะถ้าหากอุปกรณ์ไม่มีการรองรับก็ไม่สามารถใช้งานควบคู่กับแฟลชไดร์ฟได้นั่นเอง

  1. อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับแฟลชไดร์ฟ

สิ่งแรกเลยที่ต้องมีนั่นก็คือ อุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับแฟลชไดร์ฟ เรียกว่า USB OTG มีทั้งรูปแบบ เก็บข้อมูลในตัวที่เรียกว่าแฟลชไดร์ฟ OTG และเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่างแฟลชไดร์ฟและสมาร์ทโฟน ซึ่งไม่ได้มีราคาแพงอย่างที่คิดเพราะแฟลชไดร์ฟชนิดนี้มีราคาที่ถูกแสนถูก และมีวางจำหน่ายทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอุปกรณ์ของคุณจะรองรับการใช้งานแฟลชไดร์ฟชนิดนี้หรือไม่ สิ่งที่จะสามารถให้คำตอบได้ก็คือการทดลองนำมาใช้งานนั่นเอง

2. ตรวจสอบ File system ที่รองรับสมาร์ทโฟน

ในเรื่องของระบบต่าง ๆ อย่าง File system นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยทีเดียว เพราะ USB OTG โดยส่วนใหญ่แล้วสามารถใช้งานกับแฟลชไดร์ฟที่รองรับระบบ FAT 32 , exFAT เท่านั้น ถ้าหากแฟลชไดร์ฟของคุณเป็นระบบ NTFS อยู่ล่ะก็คงไม่สามารถใช้งานได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์ที่รองรับ จำเป็นจะต้องทำการ Format แฟลชไดร์ฟให้เป็นระบบ FAT 32 เสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนได้อย่างปกตินั่นเอง

3. การ root อุปกรณ์สมาร์ทโฟน

การจะทำการ root อุปกรณ์สมาร์ทโฟนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเพราะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องของระบบ safety รักษาความปลอดภัย แต่สำหรับสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android รุ่นก่อน ๆ ที่ต้องการจะใช้งาน USB OTG จำเป็นจะต้องทำการ root เครื่องก่อน เพื่อให้เครื่องสมาร์ทโฟนสามารถใช้งาน USB OTG ได้นั่นเอง

เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้งานแฟลชไดร์ฟเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือโทรศัพท์มือถือเครื่องโปรดของคุณในการถ่ายโอนข้อมูลต่าง ๆ ทั้งไฟล์ภาพ ไฟล์ VDO และไฟล์ข้อมูลอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย จะส่งผ่านจากสมาร์ทเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งก็ทำได้ง่าย สะดวกสบายและรวดเร็ว ไม่ต้องใช้งานผ่านระบบอินเตอร์เน็ตอีกต่อไป หรือจะใช้ USB OTG ที่มีระบบจัดเก็บข้อมูลในตัวเป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลสำหรับมือถือก็ยังได้ เพียงเก็บไฟล์ต่าง ๆ เอาไว้ในแฟลชไดร์ฟที่เชื่อมต่อผ่าน USB OTG ถึงเวลาใช้งานเมื่อไหร่ก็สามารถนำแฟลชไดร์ฟชนิดนี้ออกมาใช้งานได้ทันที

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://usb-perfect.com/

Previous articleของพรีเมี่ยมยุคโควิด
Next articleวิธีการเก็บรักษาตู้เอกสารในชีวิตประจำวัน