นาดาล ฉุนขาด เฟรนช์ โอเพน แข่งจบตอนตี 1

12

เฟรนช์ โอเพน

ฉุนขาดแล้วสำหรับ ราฟาเอล นาดาล ยอดนักเทนนิสมือ 2 ของโลก ชาวสเปน ผู้มีดีกรีเป็นแชมป์แกรนด์สแลมบนคอร์ทดิน เฟรนช์ โอเพน ถึง 12 สมัย ที่ล่าสุด ตัวเขาได้ออกมาวิจารณ์ฝ่ายจัดการแข่งขัน เฟรนช์ โอเพน หลังจากต้องลงดวลลูกสักหลาด รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา และนั้นได้กลายเป็นแมตช์การแข่งขัน ที่เลิกดึกที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนท์นี้

แมตช์ดังกล่าว แม้ นาดาล สามารถเอาชนะ ยานนิก ซินแนร์ ดาวรุ่งจากประเทศอิตาลี ไปได้ 7-6, 6-4, 6-1 แต่การแข่งขันนั้น สิ้นสุดลงในเวลา 01:00 นาฬิกา ของวันที่ 7 ตุลาคม อีกทั้งกว่าที่พิธีการต่าง ๆ เช่น การแถลงข่าว กว่าจะเสร็จสิ้นเวลาได้ล่วงเลยไปถึงตีสอง 10 นาที

ถึงแม้ล่าสุด ฝ่ายจัดการแข่งขันเทนนิส เฟรนช์ โอเพน ได้พยายามชี้แจงถึงเหตุผลที่ต้องเลิกดึกขนาดนั้น เพราะคณะทำงานได้จัดโปรแกรมแข่งขันที่คอร์ดหลักถึง 5 คู่ ซึ่งอุณหภูมิตอนที่ นาดาล แข่งขัน ลงต่ำถึง 12 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นอากาศที่ดีสำหรับนักกีฬา

แต่ นาดาล ได้ตอบกลับในเรื่องนี้ว่า “ ผมเข้าใจดีต่อเหตุผลที่ฝ่ายจัดการแข่งขันได้บอก แต่ผมยืนยันว่า มันไม่เหมือนกัน หากเป็นกีฬาฟุตบอล มาก็เล่นกันตอนดึก ๆ ใต้สภาพอากาศที่เย็นแบบนี้ได้ ผมว่า ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันคือ เกมฟุตบอล นักกีฬาต้องเคลื่อนที่ตลอดเวลา ”

“ ในขณะที่เทนนิส ระหว่างแข่ง เดี๋ยวก็มีการนั่งพัก เดี๋ยวก็เดินเปลี่ยนแดน การแข่งขันภายใต้สภาพอากาศ และสภาพแวดล้อมแบบนี้ มันอันตรายต่อร่างกายมาก ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมฝ่ายจัดการแข่งขัน จึงใช้คอร์ดหลักในการแข่งถึง 5 นัดในวันเดียว จนทำให้นักกีฬาหลายคนต้องเสี่ยงกับปัญหาสุขภาพแบบนี้ ”

ร่วมแสดงความคิดเห็น