แนะนำ 4 ระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ คุ้มค่า ใช้งานได้แบบลื่นไหล

12

ระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์นั้นนับว่าเป็นระบบที่มีประโยชน์สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์อย่างมาก เพราะการที่คุณหันมาใช้งานระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ ก็จะช่วยให้คุณสามารถรวมทุกออเดอร์การขายไว้ได้ในที่เดียว ทั้งยังช่วยให้คุณจัดการกับออเดอร์ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์
ขอบคุณรูปภาพจาก zortout.com

ดังนั้น หากใครที่อยากประสบความสำเร็จในการค้าขายออนไลน์ การใช้งานระบบจัดการออเดอร์ก็อาจช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ และสร้างยอดขายได้มากขึ้นในระยะยาว ว่าแต่ระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ของแพลตฟอร์มไหนจะมีความคุ้มค่า ใช้งานได้แบบลื่นไหล และง่ายบ้างนั้น เราได้รวบรวม 4 ระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ที่น่าสนใจมาไว้ให้คุณแล้ว

Zort

หากจะพูดถึงระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์โดยไม่พูดถึง Zort คงจะไม่ได้ เพราะจุดเด่นของ Zort นั้นคือการออกแบบระบบโดยการคำนึงถึงความต้องการของร้านค้าโดยเฉพาะ แถมยังสามารถเชื่อมต่อได้กับร้านค้าออนไลน์หลากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก, ไลน์, ลาซาด้า, JD Central ฯลฯ นอกจากนี้ Zort ก็ยังเปิดให้คุณทดลองใช้งานฟรี 15 วัน แบบครบทุกฟีเจอร์ ใครอยากรู้ว่าดีแค่ไหน ก็ลองไปใช้งานกันได้เลย

Fillgoods

สำหรับ Fillgoods นั้นเป็นอีกหนึ่งระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง ซึ่งแพลตฟอร์ม Fillgoods นั้นก็มีการคำนึงถึงปัญหาที่ร้านค้าออนไลน์ต้องเจอเป็นประจำ แล้วจึงนำเอาปัญหาต่างๆ มาออกแบบเป็นฟีเจอร์เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจ และช่วยส่งเสริมการขายได้เป็นอย่างดี

Shipnity

Shipnity นั้นเป็นระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ที่ได้ร่วมกันพัฒนากับธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งทางแบรนด์ก็มีลูกค้าแบรนด์ดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Mitr Phol, Fitflop, Mille, ครัวคุณต๋อย, Medileen และอีกแบรนด์ชั้นนำมากมายในประเทศไทย แถมยังมีการใช้งานที่ง่าย และไม่ยุ่งยากอีกด้วย

Flexable
ระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ของ Flexable นั้นมีแพ็กเกจหลากหลายขนาดให้คุณได้เลือกใช้งาน ตอบโจทย์ตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็ก จนไปถึงร้านค้าขนาดใหญ่ ไม่ว่าคุณจะขายปลีก หรือขายส่งก็ตอบโจทย์ทั้งสิ้น นอกจากนี้ทาง Flexable ก็ยังมีฝ่ายเทคนิคคอยบริการลูกค้า และตอบคำถามเรื่องการใช้งาน จึงไม่ต้องกลัวว่าหากมีปัญหาอะไรขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้เอง

ระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ของแต่ละแบรนด์นั้นมีราคาไม่ต่างกันเท่าไรนัก ดังนั้นแนะนำว่าให้คุณลองดูที่ฟีเจอร์ของแต่ละแพลตฟอร์ม ว่าแบบไหนจะตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้ดีที่สุด หรือหากคุณทดลองใช้งาน ก็จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

Previous articleระบบจัดการออเดอร์ออนไลน์ดียังไง? คุ้มไหม? ขายของออนไลน์ต้องอ่าน
Next article4 เหตุผลที่ทำไมพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จึงควรหันมาใช้ระบบจัดการสต๊อก