เปิดที่มาวันวาเลนไทน์ ทำไมต้องให้ช่อดอกไม้เป็นของขวัญ

1158

วันวาเลนไทน์ หรือเทศกาลวาเลนไทน์ มักจะมีการเฉลิมฉลองในหลายประเทศทั่วโลก ผ่านสิ่งของต่างๆ อาทิช่อดอกไม้สำหรับวาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความหวังดี

ช่อดอกไม้สำหรับวาเลนไทน์

ต้นกำเนิดของวันวาเลนไทน์นั้นมีที่มาจากกรุงโรมในสมัยโบราณ โดยจัดขึ้นทุกปีช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการจัดงานเทศกาลที่รู้จักกันในชื่อ Lupercalia ซึ่งจัดขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพลูเปอร์คัสและฟาวนัสของชาวโรมัน โดยชาวเมืองจะทำพิธีกรรมต่าง ๆ เช่น การถวายแพะรวมไปถึงการให้ของขวัญแก่คนที่พวกเขารัก


เมื่อเวลาผ่านไป ชาวบ้านที่นับถือศาสนาคริสต์ได้มารับช่วงความเชื่อนี้ต่อ โดยมีการเพิ่มเรื่องราวของนักบุญวาเลนไทน์ผู้เสียสละ ซึ่งถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ในศตวรรษที่ 3 เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลนี้ด้วย และถึงแม้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของนักบุญวาเลนไทน์และความเกี่ยวข้องของนักบุญวาเลนไทน์กับวันวาเลนไทน์จะยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อกันว่าเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความเลื่อมใสเนื่องมาจากความใจดีมีเมตตา ยอมขัดคำสั่งของกษัตริย์ในขณะนั้น และช่วยจัดงานแต่งงานให้ชาวเมืองในขณะที่เขาถูกจำคุกอยู่

ประเพณีอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในวันวาเลนไทน์คือการมอบช่อดอกไม้ให้คนที่เรารัก โดยคาดการณ์ว่ามีการมอบดอกไม้ให้กันในวันวาเลนไทน์มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 และนับแต่นั้นมา ประเพณีการมอบช่อดอกไม้จึงได้กลายเป็นส่วนสำคัญของเทศกาลวาเลนไทน์ พอถึงวันนี้ของทุกปี หลายคนจึงไปที่ร้านดอกไม้เพื่อเลือกสรรช่อดอกไม้ที่สวยงามและสมบูรณ์แบบเพื่อมอบให้แก่คนรัก

นอกจากช่อดอกไม้แล้ว ยังมีการแลกของขวัญอื่นๆ เช่น ช็อกโกแลต เครื่องประดับ ต่าง ๆ ในวันวาเลนไทน์อีกด้วย และด้วยความที่ในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์มักเป็นช่วงที่คู่รักนิยมออกเดทกันในสถานที่ต่าง ๆ จึงมีร้านอาหารและธุรกิจอื่นๆอีกมากมายที่นำเสนอโปรโมชันและดีลพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลนี้ไปกับเหล่าคู่รัก

ถึงแม้ว่าวันวาเลนไทน์อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แต่ประเพณีของการแสดงความรักผ่านการให้ช่อดอกไม้และของขวัญนั้นยังคงมีอยู่ตลอดเวลา เพราะพวกเขามองว่า วันวาเลนไทน์เป็นวันที่คุณจะได้แสดงความรักและความรู้สึกขอบคุณต่ออบุคคลสำคัญในชีวิต ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างคุณและฝ่ายตรงข้ามจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือไม่ก็ตาม

Previous articleดูคลิปบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 แอสตัน วิลล่า (ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก)
Next article“ออย ธนา” เล่าอดีต จบด้วย “สักวันเราจะพบกัน”