การเลี้ยงปลาคราฟ วิธีเลี้ยงปลาแฟนซีคาร์ฟให้อายุยืน

12557

การเลี้ยงปลาคราฟ ปลาในตำนานที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก … ปลาคราฟ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ปลาแฟนซีคราฟ เป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย เพราะปลาคราฟมีสีสันที่สวยงาม เลี้ยงง่าย โตเร็ว แถมอายุยืนอีกด้วย

การเลี้ยงปลาคราฟ

There is no product to show

มีเรื่องเล่าถึงปลาคราฟสีแดงที่ชื่อ “ฮานาโกะ” ของนายแพทย์คนหนึ่ง ที่เมืองกิฟุ ประเทศญี่ปุ่น เป็นปลาคราฟที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดในโลก “ฮานาโกะ” เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1751 และมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่ 7 กรกฏาคม ค.ศ. 1977 รวมอายุได้ถึง 266 ปีเลยทีเดียว ปลาคราฟจึงเป็นตำนานความเชื่อในเรื่องของการมีอายุยืนยาวของญี่ปุ่นตลอดมา

ฮานาโกะ ปลาคาร์ฟอายุยืนที่สุดในโลก

ฮานาโกะ ปลาคาร์ฟอายุยืนที่สุดในโลก (ภาพจาก marumura.com)

ประวัติความเป็นมาของ การเลี้ยงปลาคราฟ

ปลาคราฟเป็นปลาน้ำจืดที่จัดอยู่ในกลุ่มปลาตะเพียน มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศอิหร่าน แต่ชาวจีนเป็นผู้เริ่มศึกษาเรื่องปลาคราฟมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ส่วนชาวญี่ปุ่นเพิ่งศึกษาเกี่ยวกับปลาคราฟได้เพียง 200 ปีหลังคริสต์ศตวรรษ โดยนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่น และต่อมาได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันสวยงามมากขึ้น ซึ่งศูนย์กลางการเลี้ยงปลาคราฟ จะอยู่บริเวณแถบเขาเมืองโอจิยะ และเมืองฮิโรชิมา สำหรับประเทศไทยได้เริ่มมีการเลี้ยงปลาคราฟตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 โดยการนำเข้ามาจากญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นมีราคาค่อนข้างสูงมาก ต่อมาในปี พ.ศ. 2498 พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล ได้ทรงนำมาเลี้ยงเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และตั้งชื่อปลาคราฟนี้ว่า “ปลาอมรินทร์”

สายพันธ์ปลาคราฟที่นิยมเลี้ยง

การเลี้ยงปลาคราฟ จะนิยมเลี้ยงกันอยู่ 13 สายพันธุ์หลักๆ ดังนี้

  1. Kohoku (โคฮากุ) เป็นปลาคราฟที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด ปลาจะมีสีขาวและสีแดง และสีต้องคมชัด
  2. Taisho Sanke (ไทโชซันเก้) เป็นปลาคราฟ 3 สี คือ สีขาว สีแดงและสีดำ สีดำบนตัวปลานั้นต้องดำสนิท ไม่ควรมีสีดำบนส่วนหัว และไม่ควรมีสีแดงที่ส่วนครีบและหาง
  3. Showa Sanshoku (โชวา ซันโชกุ) เป็นปลาคราฟ 3 สี เหมือนกับสายพันธุ์ไทโชซันเก้ แต่จะแตกต่างกันคือ สีขาวและสีแดงจะรวมตัวอยู่บนสีดำขนาดใหญ่ และมีสีดำเชื่อมต่อกับครีบและลำตัวเป็นรูปตัววาย
  4. Utsuri Mono (อุจิริ โมโน) เป็นปลาคราฟที่มีสีดำพาดผ่านตัวปลาบนพื้นสีอื่นๆ
  5. Bekko (เบคโกะ) เป็นปลาคราฟที่มี 2 สี เป็นลายจุดดำแต้มอยู่บนพื้นสีอื่นๆ จุดดำจะมีขนาดไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป
  6. AsagiShusui (อาซากิ ชูซุย) เป็นปลาคราฟสายพันธุ์ที่มาจากปลาไนโดยตรง มีเกล็ดสีฟ้าเรียงตัวกันอย่างสวยงาม
  7. Koromo (โกโรโมะ) เป็นปลาคราฟที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างอาซากิ ชูซุยกับสายพันธุ์อื่นๆ มีเกล็ดสีน้ำเงินกระจายอยู่บนลำตัว
  8. Ogon (โอกอน) เป็นปลาคราฟที่มีสีลำตัวสว่างไสว โดยปราศจากลวดลายใดๆ
  9. HikariMoyo (ฮิการิ โมโย) เป็นปลาคราฟ 2 สี หรือมากกว่า โดยจะมี 1 สีที่แวววาวเหมือนโลหะ
  10. HikariUtsuri (ฮิการิ อุจิริ) เป็นปลาคราฟที่มีลายสีดำพาดไปตามลำตัวเหมือนกับ อุจิริ โมโน และมีความแวววาวเหมือนโลหะ
  11. Kinginrin (คินกินริน) เป็นปลาคราฟที่มีประกายเงินหรือประกายทองอยู่บนเกล็ด และเกล็ดจะดูเหมือนไข่มุก
  12. Tancho (ตันโจ) เป็นปลาคราฟที่มีสีแดงอยู่บนหัวเพียงที่เดียว ซึ่งอาจเป็นรูปทรงกลมหรือรูปอื่นๆก็ได้
  13. Kawari Mono(คาวาริ โมโน) เป็นปลาคราฟที่ไม่มีลวดลายที่แน่นอน ต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ โดยจะมีลวดลายใหม่ๆเกิดขึ้นทุกปี

สายพันธ์ปลาคราฟ

แฟนซีคาร์พ กำเนิดมาจากการกลายพันธุ์ ของ Magoi เมื่อประมาณ 200 ปีที่แล้ว ปัจจุบันมีการผสมและคัดสายพันธุ์จนมีมากกว่า 80 สายพันธุ์ (ภาพและข้อมูลจาก bloggang.com)

เทคนิค การเลี้ยงปลาคราฟ ให้โตเร็ว

  • การเลี้ยงปลาคราฟในบ่อปูน การเลี้ยงปลาคราฟให้โตเร็วควรเลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์ เพราะจะเกิดตะไคร่น้ำได้เร็วและกลายเป็นบ่อแบบธรรมชาติแบบง่ายๆ การตั้งบ่อควรอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ อย่าตั้งไว้กลางแจ้ง จะทำให้ปลาคราฟมีสีสันจืดลง และทำให้โตช้าด้วย และควรติดตั้งระบบการหมุนเวียนของน้ำ เพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้เพียงพอ
  • น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาคราฟควรเป็นน้ำประปาเพราะมีสภาพเป็นกลาง หากใช้น้ำฝนจะทำลายสีของปลาได้ และอาจเกิดโรคกับปลาคราฟได้ง่าย หากจะใช้น้ำอื่นที่ไม่ใช่น้ำประปา ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อและปูนขาวเพื่อปรับสภาพน้ำให้เป็นกลางเสียก่อน
  • อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาคราฟ จะเป็นพวกเนื้อปลาป่น เนื้อกุ้งบด เนื้อปู เนื้อปลาหมึก ข้าวสาลี รำข้าว ผักกาดขาว สาหร่าย ตะไคร่น้ำ หนอนแดง ขนมปัง หรือจะเป็นอาหารเม็ดสำเร็จรูปก็ได้ การให้อาหารควรให้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากหรือน้อยจนเกินไป ให้วันละ 2 เวลา เช้าและเย็น และควรให้ตรงตามเวลา ปลาคราฟจะเกิดความเคยชินและเชื่อง
  • การเปลี่ยนน้ำควรเปลี่ยนทันทีที่บ่อเริ่มขุ่น โดยถ่ายน้ำออกประมาณ 1 ใน 3 ของบ่อ น้ำประปาที่ใช้ควรพักทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันรอให้คอรีนจางไปก่อน อย่าใช้น้ำประปาที่รองจากก๊อกใหม่ๆ และควรรักษาอุณหภูมิในบ่อปลาคราฟให้อยู่ประมาณ 20-25 องศา หากบ่อร้อนหรือเย็นมากเกินไปจะทำให้ปลาคราฟโตช้า

ข้อมูลอ้างอิง
ปลาคาร์พ หรือปลาแฟนซีคาร์พ (Fancy Carp) : pet.kapook.com
วิธีเลี้ยงปลาคาร์ฟ  : placarpthai.wordpress.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น