Microsoft ยืนยันเลิกผลิต Xbox One ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2020

31

Microsoft

ในอนาคตอันใกล้ Xbox One จะกลายเป็นเครื่องเล่นคอนโซลหายากในตลาดวิดีโอเกมแล้วหลังจาก Microsoft ได้ออกมาประกาศยืนยันว่าได้ปิดสายพานผลิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2020 เพื่อทุ่มเทให้กับเครื่อง Next-Gen อย่าง Xbox Series X / S

Cindy Walker ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ Xbox ของ Microsoft บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทได้ยุติการผลิตเครื่อง Xbox One X และ Xbox One S All-Digital Edition ในเดือนกรกฎาคม 2020 แต่ในส่วนของเครื่อง Xbox One S ยังคงผลิตและจัดจำหน่ายทั่วโลกต่อไป จนกระทั่ง Xbox Series X/S ลงสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน บริษัทจึงหยุดสายพานการผลิตของ Xbox One S ลงในที่สุด

“ เพื่อมุ่งโฟกัสกับ Xbox Series X/S อย่างเต็มที่ ทาง Microsoft ได้ตัดสินใจหยุดการผลิต Xbox One ทุกรุ่นในปี 2020 ” Cindy Walker กล่าวสรุป

สถานการณ์ดังกล่าวของ Microsoft ค่อนข้างตรงข้ามกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Sony ค่ายยักษ์ใหญ่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประสบปัญหาเครื่องคอนโซล Next-Gen อย่าง PlayStaion 5 ขาดตลาดอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วางจำหน่ายช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2020 จนล่าสุดต้องเร่งเพิ่มยอดการผลิต PlayStation 4 เพื่อบรรเทาความต้องการของนักเล่นเกม ขณะที่ Xbox Series X/S กลับไม่มีปัญหาเรื่องการกระจายสินค้าเลย

อนึ่ง Xbox ของ Microsoft เป็นเครื่องคอนโซลเกมสัญชาติอเมริกันแบรนด์แรกนับจาก Atari Jaguar หยุดวางตลาดในปี 1996 โดยเริ่มวางจำหน่ายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2001

ถัดจาก Xbox รุ่นแรก ตามด้วย Xbox 360 ในเดือนพฤศจิกาย 2005, Xbox One ในเดือนพฤศจิกายน 2013 และล่าสุดคือ Xbox Series X และ Series S ในเดือนพฤศจิกายน 2020

สำหรับ Xbox One นั้นถูกตั้งชื่อภายในแนวคิด “all-in-one entertainment system” เป็นเครื่องคอนโซลรุ่นที่ 8 มีเป้าหมายแข่งขันกับ PlayStation 4 ของ Sony และ Wii U ของ Nintendo โดยมีการพัฒนาออกตามมา 3 รุ่นได้แก่ Xbox One S ปี 2016, Xbox One X ปี 2017 และ Xbox One S All-Digital Edition ปี 2019 ซึ่งทั้งหมดหยุดการผลิตในปี 2020 ส่วน Xbox One เวอร์ชั่น Original นั้น ได้หยุดผลิตไปแล้วเมื่อปี 2016

TKPcomic

Previous articleข่าวร้าย “สะพานทอง” ไวส์ แมน ยืดเวลาคืนคอร์ทออกไปอีกครั้ง
Next articleBrawlhalla Esports ซีซั่น 7 อัดเงินรางวัลรวมกว่า 40 ล้านบาท