The Dark Knight Rises (2012) ปิดตำนานเจ้าชายรัตติกาลอย่างสมบูรณ์แบบ

11

เจ้าชายรัตติกาล

ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามสำหรับไตรภาค Batman ใน 3 ภาคนี้ ไล่มาตั้งแต่ Batman Begins (2005), The Dark Knight (2008) และ The Dark Knight Rises (2012) ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและประทับใจคนดูเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเหล่าแฟนคลับมนุษยค้างคาว

The Dark Knight Rises (2012) หรือ “ แบนแทน อัศวิตรัตติกาลผงาด ” เล่าถึงเรื่อราว 8 ปีหลังจากเหตุการณ์ใน The Dark Knight ที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างได้แตกสลาย Batman ได้พ่ายแพ้ในครั้งนั้นและหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่ได้ปรากฏตัวเพื่อช่วยเมือง ก๊อตแธมอีกต่อไป

และทุกวันนี้ ก็อดแธมยังมองว่าเขาคือวายร้ายจากสาเหตุการเสียชีวิตของ ฮาร์วีย เดนท์ อัยการผู้ต่อสู้เหล่าร้ายด้วยกฎหมายในภาคก่อน โดยที่ตัว บรูซ เวนย์ ก็ได้หายตัวไปด้วยเช่นกัน เขาเลือกหลีกหนีออกจากสังคมและขังตัวเองอยู่แต่ในคฤหาสน์ของเขา จนกระทั่งบริษัทของเขาเริ่มตกอยู่ในภาวะที่ถอยหลัง

และดูเหมือนกับว่าเหตุการณ์บางอย่างที่เขาถูก เซลินา ไคล์ หรือ นางแมวป่า แอบเข้าไปลักขโมยของในบ้านของเขา รวมถึงสร้อยไข่มุกสำคัญของตระกูลไป และการถูกขโมยในครั้งนั้น นางแมวป่าได้นำรอยนิ้วมือของเขาไปให้กับ เบน วายร้ายตัวใหม่ของเมืองก็อตแธม ผู้มีความแข็งแกร่งมากที่สุดในบรรดาศัตรูทั้งหมดของ Batman

เบน ได้ทำการบุกตลาดหุ้นและสวมรอยเป็น บรูซ เวย์น ใช้รอยนิ้วมือดูดเงินไปทั้งหมดออกไปจนบรูซกลายเป็นบุคคลล้มละลาย

แต่ในทางกลับกัน บรูซก็ได้กลับมาเป็น Batman อีกครั้ง และต้องหาทางที่จะปราบปรามเบนที่กำลังคุกคามเมืองก็อตแธม ซึ่งมันอาจจะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาในครั้งนี้

เจ้าชายรัตติกาล

สำหรับคำวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight Rises ในแง่บวก หนังเต็มอิ่มไปด้วยคุณภาพแอ็คชันสุดมันส์ ความกดดันที่ตัวหนังมีให้กับผู้ชม การชิงไหวชิงพริบระหว่างตัวละคร และการหักมุมไปมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ The Dark Knight Rises คือหนังคุณภาพอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ชมไม่ควรพลาด

ในแง่ลบ หนังยังคงบรรยากาศตึงเครียดเป็นอย่างมาก กดดันแทบทุกฉาก รวมไปถึงความยาวของหนังที่อาจจะไม่เหมาะกับผู้ชมบางประเภท

ร่วมแสดงความคิดเห็น