แกนนำม็อบ หากคิดจะเดินต่อ ก็ต้องเจอมาตรา 112

3

เพนกวิน นาย พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ รุ้ง น.ส. ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร เดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยเพนกวินกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด แต่ยืนยันให้การปฏิเสธ เพราะมองว่าทั้งความผิดตามมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นกฎหมายที่ริดรอนสิทธิส่วนบุคคล อีกทั้งเชื่อว่าสิ่งที่ได้โพสต์ไปเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ไม่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย ตนเองถูกดำเนินคดีเฉพาะมาตรา 112 ไปแล้ว 7 คดี หากรวมกับคดีอื่นๆ ถูกฟ้องไปแล้วรวม 29 คดี และเร็วๆนี้ต้องไปรับทราบข้อหาที่ สน.สำราญราษฎร์เรื่องทำทรัพย์สินเสียหาย จาการเคลื่อนย้ายกระถางต้นไม้รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค.63

ขณะที่นายอานนท์ นำภา นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนประชาธิปไตย และเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มราษฎร 63 กล่าวถึงมาตรา 112 ว่า แกนนำกลุ่มราษฎรนั้นเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องชนกับ 112 ตรงๆ เราเดินทางจากจุดที่ “ทนไม่ได้” และพูดกันตรงๆแบบอารยะ แต่ไพ่ใบท้ายๆของคือเอากฎหมายมาปิดปากไม่ให้เราพูด การที่พวกเขาเอา 112 มาใช้ย่อมเป็นใบเสร็จแห่งความขี้ขลาดและหวาดกลัว เป็นสัญญาณว่าสิ่งที่เราร่วมกันมา มันตีตรงจุดจนเขาต้องยกการ์ดขึ้นมาบัง เปิดให้เห็นความล่อนจ้นและสิ่งที่ซุกซ่อนไว้ ตนเองคิดว่านักสู้ทุกคนรวมถึงตัวเองพร้อมและยินดีจะเผชิญ 112 ไปพร้อมกับอำนาจที่ล้นเกินของชนชั้นนำไทย เราจะร่วมกันสร้างบ้านใหม่ให้แข็งแรง ไม่ให้ใครขึ้นมากดหัวปกครองเราอีก

ร่วมแสดงความคิดเห็น