ประเภทของบัตรเครดิต มีแบบไหนบ้าง

2

อย่างที่เราทราบกันว่าบัตรเครดิตสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ สะดวกกว่าการพกพาเงินสด และสามารถใช้ซื้อสินค้าที่มีราคาแพงได้ แต่ต้องไม่เกินวงเงินในบัตรของตนเอง และยังสามารถผ่อนจ่ายได้อีกด้วย คนในวัยทำงานจึงนิยมสมัครบัตรเครดิตกันแทบจะทุกคนคะ เราจะมาทำความรู้จักกันคะว่า ประเภทของบัตรเครดิต มีแบบไหนกันบ้าง แล้วเหมาะกับใครบ้าง

ประเภทของบัตรเครดิต

ประเภทของบัตรเครดิต มีดังต่อไปนี้

1. Charge Card เป็นบัตรเครดิตที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ นักบริหารหรือผู้มีฐานะทางการเงินค่อนข้างดี บัตรเครดิตชนิดนี้มีไว้เพื่อชำระค่าบริการก่อนเดินทางและการท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นหลัก เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ต้องเดินทางเป็นประจำ หรือต้องเลี้ยงรับรองลูกค้าเป็นประจำ วงเงินของบัตรประเภทนี้ค่อนข้างสูงหรือไม่จำกัดวงเงิน บัตรเครดิตประเภทนี้ที่เราคุ้นเคย เช่น บัตรไดเนอร์คลับ บัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรส เป็นต้น ส่วนค่าบริการรายปีก็จะสูงตามไปด้วย

2. Credit Card เป็นบัตรเครดิตที่ออกโดยสถาบันการเงิน โดยอาจออกร่วมกับสถาบันบัตรเครดิตต่างประเทศ บัตรเครดิตประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระค่าสินค้าและบริการในการดำรงชีวิต ส่วนมากมักจำกัดวงเงินให้สินเชื่อไว้ในระดับหนึ่ง บัตรเครดิตประเภทนี้ได้แก่ บัตรวีซ่า(visa card)และบัตรมาสเตอร์การ์ด (master card) บัตรเจซีบี (JCB) บัตรยูเนี่ยนเพย์ (union pay)และบัตรเครดิตจากธนาคารต่างๆ บัตรเครดิตประเภทนี้ยังสามารถออกร่วมกับห้างร้านต่างๆ ทำให้ผู้ถือบัตรได้รับสิทธิประโยชน์จากบริษัทหรือห้างร้านที่ร่วมกับบัตรเครดิต เช่น บัตรเครดิตที่ออกร่วมกับห้างสรรพสินค้าลูกค้าสามารถใช้บัตรนี้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าตามโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าที่ให้ไว้กับบัตร หรือบัตรเครดิตที่ออกร่วมกับสายการบินทางสายการบินจะให้สิทธิพิเศษกับลูกค้า อย่างการอัพเกรดที่นั่ง การจองที่นั่งราคาพิเศษ เป็นต้น

3. Store Card หมายถึงบัตรเครดิตที่ร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าเป็นผู้ออกให้แก่ลูกค้าโดยตรง มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ซื้อสินค้าและบริการกับห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้า หรือเครือข่ายร้านค้าของตนเองเท่านั้น บัตรเครดิตประเภทนี้เน้นเพื่อส่งเสริมการขายสินค้าและบริการของห้างและร้านค้าของตนเอง เป็นการจูงใจให้คนมาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของตนเองมากยิ่งขึ้น โดยจะมีกลยุทธ์ทางการตลาดด้วยการสะสมคะแนนจากยอดเงินซื้อสินค้า/บริการ หรือมอบส่วนลดให้เป็นสิทธิพิเศษแก่ผู้ถือบัตร เช่น บัตรเครดิตเทสโก้โลตัส (Tesco Lotus Card) บัตรเซ็นทรัล เดอะวัน (Central The 1 Card)บัตรประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการซื้อสินค้าตามห้างสรรพสินค้าเป็นประจำ

4. Debit card มีลักษณะคล้ายบัตรเอทีเอ็ม (ATM) คือเป็นการหักเงินโดยตรงกับเจ้าของบัญชีเงินฝาก เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในแต่ละครั้ง ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องมีเงินฝากอยู่ในบัญชีธนาคารที่ผูกไว้กับบัตร นั่นหมายถึงว่าคุณจะไม่ได้รับสินเชื่อในการเบิดเงินสดหรือใช้ชำระสินค้า/บริการ

5. Cash Card หรือบัตรกดเงินสด ผู้ถือบัตรประเภทนี้สามารถนำบัตรไปเบิกถอนเงินสดได้จากธนาคารที่ออกบัตรหรือจากกดจากตู้เอทีเอ็มโดยไม่ได้หักเงินจากบัญชีผู้ถือบัตรแต่อย่างไร การกดเงินสดออกมาใช้นี้จะมีค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนดไว้ การใช้บัตรประเภทนี้กดเงินสดออกมาจะมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าการใช้บัตรเครดิตกดเงินสดมากคะ

บัตรเครดิตมีด้วยการหลายประเภทตามข้างต้น คุณสามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองให้มากที่สุดเพื่อจะได้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้บัตรคะ บัตรเครดิตส่วนมากจะเป็นการใช้เงินล่วงหน้าหรือเรียกว่าเป็นการกู้เงินจากธนาคารผู้ออกบัตรมาใช้ คุณจึงควรมีวินัยในการใช้บัตรเครดิตให้มากที่สุดจะได้ไม่เป็นหนี้นะคะ

ข้อมูลอ้างอิง

ประเภทของบัตรเครดิต: moneyhub.in.th
ประเภทของบัตรเครดิตมีอะไรบ้าง: reviewcardtoday.com
ประเภทและลักษณะของบัตรเครดิต: oknation.nationtv.tv

ร่วมแสดงความคิดเห็น