สิทธิประโยชน์ของ ประกันสังคม

21

มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา จะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน ประกันสังคม อยู่ประจำทุกเดือน ซึ่งเป็นกองทุนที่ให้หลักประกันแก่ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมให้ได้รับประโยชน์ทดแทน เมื่อประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือเสียชีวติ ที่ไม่ได้เกิดจากการทำงาน รวมทั้งการคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และการว่างงาน

ประกันสังคม

เราคือผู้ประกันตนจะถูกหักเงินเดือนในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง นายจ้างจะจ่ายสมทบด้วยในอัตราเดียวกันคือ ร้อยละ 5  และรัฐบาบจะจ่ายสมทบในอัตราร้อยละ 2.75

ตอนนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จาก ประกันสังคม อะไรบ้าง

1. การตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ใหม่ที่ผู้ประกันตนอย่างเราจะได้เลือกใช้ เริ่มใช้ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2561 คะ การตรวจสุขภาพประจำปีนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพียงคุณยื่นบัตรประชาชนให้กับสถานพยาบาลก็สามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้คะ

รายละเอียดการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน คือ

ตรวจสุขภาพตามระบบร่างกาย ได้แก่

  • การคัดกรองการได้ยิน Finger Rub Test อายุ 15 ปีขึ้นไป จะได้รับการตรวจ 1 ครั้งต่อปี
  • การตรวจเต้านม โดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข อายุ 30-39 ปี ความถี่ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุ 40-54 ปี ตรวจทุกปี และหากมีอายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจตามความเสี่ยง
  • การตรวจตาโดยจักษุแพทย์ อายุ 40-54 ปี ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี และอายุ 55 ปีขึ้นไป สามารถตรวจทุก 1-2 ปี
  • การตรวจด้วยสาขา Snellen Eye Chart อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี

ตรวจสุขภาพโดยการตรวจทางห้องปฎิบัติการ ได้แก่

  • ความสมบูรณืของเม็ดเลือด CBC อายุ 18-54 ปี ตรวจได้ 1 ครั้ง และอายุ 55-70 ปี ตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี
  • การทำงานของไต อายุ 55 ปีขึ้นไปตรวจได้ 1 ครั้งต่อปี
  • ไขมันในเส้นเลือดชนิด Total HDL Cholesterol อายุ 20 ปี ตรวจทุกๆ 5 ปีขึ้นไป

ตรวจสุขภาพอื่นๆ ได้แก่

  • เชื้อไวรัสตับอักเสบ HBsAG ตรวจ 1 ครั้ง
  • มะเร็งปากมดลูก Pap Smear ตรวจอายุ 30-54 ปี ตรวจทุกๆ 3 ปี และอายุ 55 ปีขึ้นไปตรวจตามความเหมาะสม
  • ตรวจมะเร็งปากมดลูกวิธี VIA อายุ 30-54ปีขึ้นไป ตรวจทุก 5 ปี และอายุ 55 ปีขึ้นไป
  • แนะนำให้ตรวจแปปสเมียร์ ตรวจเลือดในอุจจาระ FOBT อายุ 50ปีขึ้นไป ตรวจ 1 ครั้ง ต่อไป

ตรวจสุขภาพ การเอ็กซ์เรทรวงอก

  • การเอ็กซ์เรย์ทรวงอก Chest X-Ray อายุ 15 ปีขึ้นไป ตรวจ 1 ครั้ง l

2. การรักษาทางทันตกรรม สามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม สามารับค่าบริการทางการแพทย์ได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 900 บาทต่อปี

3. การรักษาในกรณีเจ็บป่วย สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่จำกัดจำนวนการใช้บริการ ในกรณีผู้ป่วยนอกเบิกได้เท่าที่จ่ายจริง และในกรณีผู้ป่วยในเบิกได้ตามที่จ่ายจริง ยกเว้นค่าห้องและค่าอาหารเบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท

ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ โดยต้องสำรองจ่ายก่อนแล้วนำหลักฐานมาเบิกได้ตามอัตราที่กำหนด กรณีผู้ป่วยนอกสามารถเบิกค่ารักษาได้ไม่เกิน 1,000 บาท กรณีผู้ป่วยในค่ารักษา กรณีไม่ได้รักษาในห้อง ไอซียู เบิกได้ไม่ เกินวันละ 2,000 บาท ค่าอาหารไม่เกินวันละ 700 บาท ค่าห้องไอซียูเบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท กรณีต้องผ่าตัดใหญ่เบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000-16,000 บาท ตามระยะเวลาการผ่าตัด

ปัจจุบันทางสำนักงานประกันสังคม ได้เปิดช่องทางให้ผู้ประกันตนได้เข้าถึงข้อมูลเงินสมทบ สิทธิประโยชน์ เงินสงเคราะห์ชราภาพ และยังสามารถช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาลได้ด้วยตนเอง เพียงคุณเข้าไปสมัครสมาชิก ที่ https://www.sso.go.th/wpr/main/login กรอกข้อมูลส่วนตัว หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลล์ และทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างง่ายๆคะ และหากมีข้อสงสัยสามารถโทรสายด่วน 1506 ได้คะ

ข้อมูลอ้างอิง

การใช้งานระบบสมาชิก เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม รูปแบบใหม่: sso.go.th
อัพเดทสิทธิประกันสังคม ประจำปี 2561: trueplookpanya.com
สิทธิประกันสังคม ที่คนทำงานควรรู้: flowaccount.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น