เช็กก่อนได้เปรียบ ! นักศึกษาจบใหม่เริ่มหางานช่วงไหนดีที่สุด

19

ในชีวิตของคนเราล้วนมีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนสถานะจากเด็กน้อยที่กำลังหัดเดินไปสู่เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล จากชีวิตแสนซนของเด็กประถมไปสู่รั้วมัธยมอันแสนกดดัน จากชีวิตเด็กมอปลายที่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบอันเคร่งครัดไปสู่อิสรเสรีของชีวิตนิสิตนักศึกษา และท้ายที่สุดกับการเปลี่ยนบทบาทของตัวเองในฐานะนักล่าปริญญาไปสู่การเป็นมนุษย์เงินเดือน

นักศึกษาจบใหม่ในการหางาน

แน่นอนว่าในทุกการเปลี่ยนผ่านล้วนมีความยากลำบากแฝงอยู่เสมอ แต่สิ่งที่นับได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราก้าวข้ามทุกความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคงคือการเตรียมตัวที่ดี เช่นเดียวกันกับชีวิตของนักศึกษาจบใหม่ที่ต้องเริ่มหางานหลังจบหลักสูตรจากรั้วมหาวิทยาลัย เชื่อได้ว่าใครหลายคนที่กำลังอยู่ในสภาวะเช่นนี้ล้วนต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราควรเริ่มหางานแบบจริงจังตอนไหนดี  ปี 4 เทอม 2, ทันทีหลังเรียนจบ หรือจะรอจนเรียนจบสักพักแล้วค่อยเริ่ม ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราจะบอกต่อช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักศึกษาจบใหม่ในการหางาน ส่วนจะเป็นช่วงไหนนั้นหากพร้อมแล้วขอเชิญทุกคนไปหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

ก่อนเรียนจบปี 4 เทอม 2

ข้อดีของการเริ่มหางานในช่วงดังกล่าวได้แก่การออกสตาร์ทตัวเองไปพร้อมๆ กับช่วงเวลาที่ตลาดแรงงานมี Supply และ Demand สูง (ปลายเดือนธันวาคม – ปลายเดือนเมษายน) แน่นอนว่าในสภาวะเช่นนี้ย่อมเอื้อให้นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานมีโอกาสที่จะได้งานเพิ่มมากกว่าช่วงอื่น แต่ก่อนจะตัดสินใจว่าตัวเองจะเริ่มหางานตอนปี 4 เทอม 2 เราอยากจะบอกไว้ก่อนว่าสิ่งที่ตัวเราต้องเผชิญทันทีหลังจากเรียนจบคือการทำงานที่เราจะไม่มีเวลาให้กับตัวเองมากเท่ากับตอนเรียน

เริ่มทำหลังจบเลยทันที

ช่วงนี้นับได้ว่าเป็นช่วงเวลายอดฮิตที่บรรดานักศึกษาจบใหม่จะเริ่มหางานกันอย่างจริงจัง เพราะนอกจากเราจะรู้แล้วว่าตัวเองจบหรือไม่จบ การเริ่มหางานในช่วงนี้ยังทำให้เรามีเพื่อนที่อยู่บนถนนสายเดียวกันที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเตรียมตัวทั้งก่อนและระหว่างการหางาน เช่น การเขียนเรซูเม่, ช่องทางการหางาน และวิธีวางตัวในขณะสัมภาษณ์

รอหลังเรียนจบสักพักแล้วค่อยเริ่ม

แม้หลายคนจะมองว่าการที่นักศึกษาจบใหม่เริ่มหางานช้ากว่านักศึกษาคนอื่นจะทำให้นักศึกษาคนนั้นเสียเปรียบในแง่ของประสบการณ์การทำงานที่น้อยกว่า แต่อย่างไรก็ตามการประสบความสำเร็จในการหางานนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ว่าใครได้งานไวสุดคนนั้นชนะ เพราะแม้ว่าเราจะได้เริ่มงานไว แต่งานที่เราได้รับมอบหมายให้ทำในแต่ละวันกลับไม่ใช่สิ่งที่เราตามหา เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้เราเสียเวลาไปมากกว่าการพาตัวเองไปเที่ยวหรือไปหาประสบการณ์อื่นๆ เพิ่มเติมหลังจากเรียนจบที่นอกจากจะได้พักผ่อนแล้ว การออกไปเปิดหูเปิดตาเช่นนี้ยังช่วยเปิดโอกาสให้เราได้ลองกลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้งว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่เราอยากทำนั้นคืออะไร เพื่อนำไปต่อยอดกับการหางานที่ใช่ในอนาคต

ก่อนจากกันไปเราอยากจะบอกให้นักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทุกคนทราบกันก่อนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการหางานไม่ได้เป็นการได้งานไวแต่เป็นการเตรียมตัวเองให้พร้อมทั้งกายและใจก่อนเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านของชีวิตอย่างมีความสุข

ร่วมแสดงความคิดเห็น