จิ้งจอกสยาม เลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City) ทีมอังกฤษหัวใจไทย

130

เป็นที่ฮือฮากันไปทั่ว เมื่อคนไทยได้ก้าวเข้าสู่การบริหารงานทีมฟุตบอลในประเทศอังกฤษอย่างทีม เลสเตอร์ ซิตี้ (Leicester City) เมื่อสิงหาคม ค.ศ. 2010 ทางกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ประเทศไทย โดย นายวิชัย ศรีวัฒนประภา (สกุลเดิม ศรีรักอักษร) ได้เข้าซื้อกิจการทั้งหมดของทางสโมสร ซึ่งขณะนั้นทีมอยู่ในระดับลีกรอง และได้เปลี่ยนชื่อสนามเหย้า เป็น “คิง เพาเวอร์สเตเดี้ยม” (King Power Stadium) ชาวไทยขนานนามทีนี้ว่า “จิ้งจอกสยาม” เรามาดูต้นกำเนิดของทีมเลสเตอร์ ซิตี้กันคะ

เลสเตอร์ ซิตี้

ทีมได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1884 เกิดจากการรวมตัวของนักเรียนอาวุโสของโรงเรียน Wyggeston and Queen Elizabeth I College ในเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อแรกเริ่ม่ก่อตั้งใช้ชื่อทีมว่า “เลสเตอร์ ฟอสส์ เอฟซี (Leicester Fosse FC) และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมฟุตบอลใน ปี ค.ศ. 1890 ทางทีมได้เข้าร่วมแข่งขังฟุตบอลลีกมิดแลนด์ และค่อยขยับขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 2 จนมาทำสถิติชนะคู่แข่งมากที่สุดด้วยคะแนน 13-0 ในการแข่งขันกับทีม น็อตต์ส โอลิมปิก ในการแข่งขันเอฟเอ คัพ แต่ผลงานของทีมก็ตกต่ำลงเรื่อย

ถ้าหากจะกล่าวถึงยุคทองของจิ้งจอกสีน้ำเงินก็คงต้องเป็นช่วง ปี ค.ศ. 1920-1930 โดยใน ปี ค.ศ. 1929 สโมสรได้คว้าตำแหน่งรองแชมป์ในฟุตบอลลีก มีนักเตะที่โด่งดังในช่วงนี้ คือ อาเธอร์ แชนด์เลอร์ เจ้าของสถิติผลงาน 273 ประตูใน 12 ปี และ อดัม แบล็ค เจ้าของสถิติที่รับใช้ทีมถึง 528 นัด ในปี ค.ศ. 1971 เลสเตอร์ซิตี้ได้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งเมื่อสามารถเข้าสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ ภายใต้การคุมทีมของ จิมมี่ บลูมฟิลด์ และสามารถนำทีมยืนหยัดบนดิวิชั่นได้ยาวนานที่สุดอีกด้วยคะ

หลังจากการเข้าซื้อกิจการของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ แล้ว ทางสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ใช้เวลาเพียง 4 ปี ในการกลับคืนสู่ลีกสูงสุดได้ในฤดูกาล 2013-2014 ในฐานะ แชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิฟ และทางทีมสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ในฤดูกาล 2015-2016 ทำให้ทีมโด่งดังเป็นที่จับตามองของแฟนฟุตบอลทั่วโลก

สาเหตุที่แฟนบอลทั่วโลกเรียกว่า “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” (The Foxes) เนื่องจากเมืองที่เลสเตอร์ซิตี้ตั้งอยู่นั้นมีสุนัขจิ้งจองอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และยังมีค่านิยมในการล่าสุนัขจิ้งจอกอีกด้วย ส่วนแฟนชาวไทยเรียกว่า “จิ้งจอกสยาม” (Siamese Foxes) เนื่องจากประธานสโมสรนั้นเป็นคนไทยนั่นเองคะ ด้วยเหตุนี้ตราประจำสโมสรจึงมีรูปสุนัขจิ้งจองอยู่ด้วย ทีมเริ่มใช้ตราสโมสรครั้งแรกในปี ค.ศง 1948 โดยมีรูปหน้าสุนัขจิ้งจองสีเหลือง ภายใต้พื้นสีขาว-น้ำเงิน และมีชื่อสโมสรล้อมรอบอยู่ในกรอบวงกลมคะ ซึ่งเป็นโลโก้ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน แต่ในปี ค.ศ. 2009-2010 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 125 ปีของทางสโมสรจึงเพิ่มตัวเลข 125 ไว้ใต้ตราสโมสร

เมื่อจิ้งจอกกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของทีม เราก็จะได้เห็นมัสค็อต ที่ชื่อ “ฟิตเบิร์ต” (Filbert) ปรากฏตัวในการแข่งขันทุกแมทช์ของสโมสร ชื่อฟิลเบิร์ตมีที่มาจากที่ตั้งเก่าของสนามฟุตบอล คือ ฟิลเบิร์ต สตรีท (Filber Street) เจ้ามัสค็อตตัวนี้ถือว่าเป็นมัสค็อตตัวแรกนะคะที่มีผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการอย่าง พูม่า ให้ใส่รองเท้าฟุตบอล evoPOWER ซึ่งเป็นคอลเล็คชั่นใหม่ของทางพูม่าอีกด้วยคะ

สนามเหย้าของทีมเลสเตอร์ ซิตี้ คือ คิงเพาเวอร์สเตเดี้ยม หรือ เลสเตอร์ ซิตี้ สเตเดียม ต้งอยู่ที่เมืองเลสเตอร์ สามารถรองรับผู้เข้าชมได้ถึง 32,262 ที่นั่ง ซึ่งแต่เดิมสนามนี้มีชื่อว่า เดอะ วอร์กเกอส์ สเตเดียม (The Walker Stadium) ตามชื่อสินค้าผู้สนับสนุนในสมัยแรกๆ

นอกจากนี้ทางสโมสรเองมีโครงการ ศูนย์ฝึกอะคาเดมี่ เป็นศูนย์ฝึกที่ดีที่สุดติด 1 ใน 10 ศูนย์ ของประเทศอังกฤษ เป็นช่องทางและโอกาสให้นักเตะเยาวชนไทยสามารถก้าวสู่การเล่นฟุตบอลระดับสากลได้มากขึ้นคะ ท่านประธานสโมสรเป็นคนไทยก็ย่อมส่งเสิรมคนในประเทศตัวเองอยู่แล้วนะคะ

ข้อมูล เลสเตอร์ ซิตี้ อื่นๆที่น่าสนใจ
ประวัติสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม : lcfcthai.com
เปิดขุมพลัง “วิชัย” แห่ง “คิง พาวเวอร์” เจ้าของ เลสเตอร์ฯ : money.sanook.com

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น