วิธีการทำต้มยำกุ้ง อาหารไทยดังไกลทั่วโลก

262

โดยทั่วไปแล้วเรารับประทานต้มยำกันทุกภาค สามารถใส่เนื้อสัตว์อะไรก็ได้ เช่น กุ้ง ไก่ หมู ปลา ปลาหมึก หอย หัวปลา หรือจะไม่ใส่เนื้อสัตว์ก็ยังได้คะ วิธีการทำต้มยำกุ้ง จะมีรสชาติเผ็ดร้อนด้วยพริกสดหรือพริกแห้ง ปรุงรสให้เปรี้ยวด้วยมะนาว น้ำมะขามเปียก หรือใบมะขามอ่อน และรสเค็ม รสหวานตาม เราสามารถใส่ผักในต้มยำได้หลายอย่างคะ เช่น เห็ด มะเขือเทศ หัวปลี เป็นต้น แต่สำหรับชาวต่างชาติมักคุ้นเคยกับต้มยำใส่กุ้ง หรือเราเรียกว่า “ต้มยำกุ้ง” นั่นเอง ทั้งที่มีโอกาสมารับประทานด้วยตนเองที่ประเทศไทยหรือตามร้านอาหารไทยในต่างประเทศ จนต้มยำกุ้งได้รับยอมรับและชื่นชอบไปทั่วโลก และขนานนามต้มยำกุ้งว่าเป็นอาหารประจำชาติไทยไปเสียแล้วคะ

ในเมื่อต้มยำกุ้งเป็นที่หลงใหลในหมู่ชาวต่างชาติกันมาก เราก็จะไม่ลองทำรับประทานเองกันที่บ้านบ้างหรือคะ ดูซิว่าจะอร่อยเหมือนที่เราไปรับประทานตามร้านอาหารหรือไม่ สำหรับสูตรต้มยำกุ้งก็สามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคะ คือ 1.ต้มยำกุ้งน้ำใส และ 2. ต้มยำกุ้งน้ำข้น มาดูวิธีทำกันคะ

วิธีการทำต้มยำกุ้ง

วิธีการทำต้มยำกุ้งน้ำใส เป็นต้มยำกุ้งแบบโบราณ ที่เรารับประทานกันตั้งแต่แรกเริ่มโบราณมา มีส่วนผสมดังนี้

1.กุ้งแม่น้ำ
2.เห็ดฝาง
3.ข่าอ่อนหั่นแว่น
4.ตะไคร้บุบ
5.ใบมะกรูด
6.พริกขี้หนูสวน
7.น้ำมะนาว
8.น้ำปลา
9.น้ำเปล่า

วิธีการทำต้มยำกุ้ง

1.ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟจนเดือดพล่าน

2.ใส่ตะไคร้ ข่า ต้มสักพักเพื่อให้แน่ใจว่าสรรพคุณสมุนไพรแพร่กระจายออกมา

3.ฉีกใบมะกรูดใส่ตามลงไป

4.นำกุ้งแม่น้ำมาทำความสะอาด โดยตัดส่วนขา และก้ามกุ้งออก และนำมีดผ่าบริเวณส่วนหัวของกุ้ง เพื่อนำขี้กุ้งออกจนหมด

5.ใส่กุ้งลงในหม้อ และใส่เห็ดฝางตามลงไป

6.ปรุงรสด้วยมะนาว

7.ยกลงจากเตา และตบพริกขี้หนูสวนใส่ พร้อมรับประทานได้
ต้มยำกุ้งแบบน้ำข้น จะมีส่วนของเครื่องปรุงคล้ายกับต้มยำกุ้งน้ำใสคะ แต่จะเพิ่มกะทิหรือนมข้นจืดเข้ามาเพื่อทำให้ต้มยำกุ้งมีน้ำข้น ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะนิยมใช้กะทิ แต่พอดัดแปลงให้ทำง่ายขึ้นก็จะนิยมใช้นมข้นจืดแทน ซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่าย ใช้งานได้ง่ายและเก็บไว้ได้นานกว่ากะทิคะ

เคล็ดลับของการทำต้มยำกุ้งให้หอมอร่อยนั้นมีอยู่หลายอย่างนะคะ เช่น การที่ต้องทุบตะไคร้ ข่า และฉีกใบมะกรูดก็เพื่อให้กลิ่นของสมุนไพรเหล่านี้ออกมา ต้มยำจะมีกลิ่นหอม สามารถดับคาวเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดีและทำให้ได้รับประโยชน์จากสมุรไพรไทยในเวลาเดียวกันคะ ส่วนกุ้งที่นิยมใช้คือกุ้งแม่น้ำซึ่งสามารถหาได้ตามลำน้ำ แต่มาในปัจจุบันนี้กุ้งแม่น้ำจะถูกเพาะเลี้ยงในกระชังเสียส่วนมาก ถ้าจะหาตามแหล่งธรรมชาติค่อนข้างจะหายากเสียหน่อย สามารถใช้กุ้งชนิดอื่นทดแทนได้ และเมื่อเราใส่กุ้งลงไปในน้ำต้มยำแล้วห้ามคนเป็นอันขาด เพราะจะทำให้มีกลิ่นคาว ซึ่งวิธีนี้สามารถนำไปใช้กับแกงชนิดอื่นที่ต้องใส่อาหารทะเลได้นะคะ หากเราสังเกตเราก็จะพบว่าอาหารไทยไม่ค่อยนิยมใส่น้ำตาลมากนัก ใช้เพียงนิดหน่อยเพื่อตัดรสชาติ ให้กลมกล่อมเท่านั้นเองคะ จำไว้นะคะว่าอาหารไทย ไม่ใช้รสหวานนำคะ

เมื่อทำต้มยำกุ้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตักใส่ถ้วยก่อนนำมารับประทาน ก็จะมีการตกแต่งด้วยใบผักชี และน้ำพริกเผา ซึ่งทำให้ต้มยำกุ้งดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น อาหารมีรสชาติอร่อยถูกปากแล้วยังสวยถูกตาด้วยคะ นี่แหละเสน่ห์ของอาหารไทย พิถีพิถันในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มเตรียมวัตถุดิบจนถึงขั้นตอนการรับประทานเลยคะ

ชาวต่างชาติยังชอบอาหารไทยของเราเลย แล้วเราคนไทยเองทำไมไม่หันมาชื่นชอบ และภูมิใจในอาหารไทยของเรา บริโภคอาหารไทยกันมากๆ ได้ประโยชน์ครบถ้วนคะ

ข้อมูลอ้างอิง
วิธีทำต้มยำกุ้งน้ำข้น อาหารไทยยอดฮิต : food.mthai.com
สูตรต้มยำกุ้งโบราณ: hmmthailand.blogspot.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น