เบาหวาน และชนิดของเบาหวานอื่นๆ มฤตยูเงียบที่คร่าชีวิตคนมากนักต่อนัก

63

เบาหวาน เป็นโรคที่ทำให้กระบวนการส่งน้ำตาลผ่านกระแสเลือดไปยังเซลล์ต่างๆ ทำงานผิดพลาด ผลคือ อวัยวะสำคัญๆจะได้รับความเสียหายเนื่องจากระบบไหลเวียนเลือดมีความบกพร่อง เป็นสาเหตุให้คนที่เป็นโรคเบาหวานบางคนอาจถึงขั้นต้องตัดนิ้ว หรืออาจต้องตัดเท้าด้วยซ้ำ นอกจากนี้โรคเบาหวานอาจทำให้ตาบอดหรือเป็นโรคไตได้ด้วย ซึ่งคนที่เป็นโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะเสียชีวิต เนื่องจากหัวใจล้มเหลวหรือเส้นเลือดอุดตันในสมอง โรคเบาหวานจึงเป็นโรคที่อันตรายและน่ากลัวมาก จนมีการขนานนามว่าโรคเบาหวานว่าเป็น “มฤตยูเงียบ”

โรคเบาหวาน

ชนิดของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานจะแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดใหญ่ๆ ดังนี้

โรคเบาหวานชนิดที่ 1 มักจะพบในเด็กหรือคนที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี สาเหตุเกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ การขาดอินซูลินจะเกิดภาวะช็อคหมดสติจากน้ำตาลในเลือดสูง และกรดคีโตนคั่งในเลือด การรักษาต้องฉีดอินซูลินเข้าไปในร่างกาย ในประเทศไทยพบว่า คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1 นี้ มีประมาณร้อยละ 3.4

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 มักพบในคนที่อ้วนและอายุมากกว่า 40 ปี คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 นี้ ตับอ่อนยังสามารถผลิตอินซูลินได้บ้าง แต่มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ในบางรายที่เป็นนานๆจะมีเบต้าเซลล์เสื่อม ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี การรักษาในระยะแรกอาจรักษาได้ด้วยการควบคุมอาหาร หรือการให้ยาลดระดับน้ำตาล ในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อยู่เป็นจำนวนมากมีถึงร้อยละ 95-97 เลยทีเดียว

โรคเบาหวานชนิดอื่นๆ ได้แก่โรคเบาหวานที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือมีความผิดปกติทางฮอร์โมน หรือการได้รับยาบางชนิด เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ หรือสารเคมีบางอย่าง เป็นต้น

โรคเบาหวานที่เกิดจากการตั้งครรภ์ โรคเบาหวานชนิดนี้ จะเกิดจากฮอร์โมนจากรกซึ่งมีฤทธิ์ต้านอินซูลินเป็นผลทำให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินลดลง ถ้าร่างกายไม่สามารถสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้นให้เพียงพอได้ ก็จะทำให้เกิดโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ได้ โรคเบาหวานชนิดนี้มักจะเกิดก่อนการตั้งครรภ์และหลังคลอดพบว่าโรคเบาหวานชนิดนี้จะหายไป แต่จากการติดตามผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานที่เกิดจากการตั้งครรภ์ จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานชนิดอื่นตามมาด้วย

การลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานที่ภัยเงียบทีคุกคามชีวิตคนมานับไม่ถ้วน จึงต้องดูแลเอาใจใส่ตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคเบาหวาน ดังต่อไปนี้

เบาหวาน

  • ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอยู่เสมอ ซึ่งก่อนที่จะเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ร่างกายจะมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ แต่หลายๆคนไม่รู้ตัวเอง จึงปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามภาวะน้ำตาลในเลือดสูงก่อนเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ก็ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคสมองเสื่อมอีกด้วย หากคุณมีน้ำหนักตัวเกิน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน ก็ควรไปตรวจเลือดเพื่อให้รู้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่
  • เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย พยายามทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ทานมากจนเกินไป ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และงดน้ำผลไม้ที่มีรสหวาน หรือพวกน้ำอัดลม รวมทั้งขนมหวานอื่นๆอีกด้วย
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงได้ และช่วยให้มีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้อย่างมาก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตจะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น

เบาหวานขึ้นตา อันตรายถึงขั้นตาบอด

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินเรื่อง “เบาหวานขึ้นตา” กันมาพอสมควรแล้ว สำหรับสาเหตุของเบาหวานขึ้นตา เกิดจากคนที่ป่วยเป็นเบาหวานนานหลายๆปี จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ผนังของหลอดเลือดในจอประสาทตา ทำให้มีอาการผิดปกติ เช่น มีเม็ดเลือด มีน้ำเหลือง หรือมีไขมัน ไหลออกมาจากจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาบวมและขาดออกซิเจน สุดท้ายอาจทำให้ตาบอดได้

ถึงแม้ว่าโรคเบาหวานจะทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอด แต่ผู้ป่วยก็ไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ แค่มองภาพไม่ชัดหรือตามัวเวลาอ่านหนังสือ จนกระทั่งอาการรุนแรงมากขึ้น อาจมีอาการเหมือนมีเงาดำๆมาบดบังดวงตา และค่อยๆมืดมิดจนกระทั่งมองอะไรไม่เห็น ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจึงควรไปพบจักษุแพทย์ทันที ถ้ามีการมองเห็นที่ผิดปกติไป เช่น ตามัวลง หรือมีเงาดำลอยไปลอยมา อย่างไรก็ตาม “เบาหวานขึ้นตา” ก็สามารถรักษาและป้องกันไม่ให้ตาบอดได้ หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และผู้ป่วยโรคเบาหวานก็ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำดังต่อไปนี้

  • ไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจจอประสาทตาอย่างสม่ำเสมอตามนัด
  • งดการสูบบุหรี่ เพราะควันบุหรี่จะยิ่งทำให้ระคายเคืองต่อจอประสาทตา
  • ควบคุมดูแลระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หากมีโรคความดันโลหิตสูงก็ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ให้ความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • เคร่งครัดในการใช้ยาให้ถูกต้องตามที่แพทย์แนะนำ ยาบางอย่างอาจมีผลข้างเคียง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อปรับเปลี่ยนยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
  • ถ้ามีปัญหาในการมองเห็น ให้รีบไปพบจักษุแพทย์ทันที

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โรคเบาหวานมีกี่ชนิด : bangkokpattayahospital.com
ทำไมเป็นเบาหวานแล้วอาจทำให้ตาบอดได้ : piyavate.com
ความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวาน : jw.org

ร่วมแสดงความคิดเห็น