เห็ดหลินจือ มีสรรพคุณและประโยชน์ อะไรบ้าง

14

Lingzhi หรือ Reishi หรือ เห็ดหลินจือ เป็นเห็ดขนาดใหญ่ มีสีเข้ม ผิวมันวาว คล้ายไม้ รสออกขม เห็ดหลินจือมีด้วยกันหลายสายพันธุ์แต่สายพันธุ์ที่ได้รับการกล่าวขานและนำมาใช้ปรุงเป็นยามานานกว่า 2,000 ปี ก็คือ เห็ดหินจือแดง หรือ กาโนเดอร์มาลูซิดัม (Ganoderma Lucidum) ในประเทศจีนได้มีบันทึกการในตำราเก่าแก่ในการรักษาโรค ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็นเทพเจ้าแห่งชีวิตที่มีพลังมหัศจรรย์

เห็ดหลินจือ

พบสารจำนวนมากที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ เช่น สารจำพวกเส้นใยต่างๆ โปรตีน คาร์โบโฮเดรต แร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ธาตุเห,ก สังกะสี ทองแดง และสารโมเลกุลชีวภาพ เช่น เทอร์ปีนอยด์ ฟีนอล นิวคลีโอไทด์ พอลีแซ็กคาไรด์ กรดอะมิโนไลซีน เป็นต้น สารในกลุ่มโพลีแซ็กคาไรด์ มีฤทธิ์เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ยับยั้งเนื้องอก ลดน้ำตาลในเลือด และลดการอักเสบ สานในกลุ่มไตรเทอร์พีน ช่วยลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง สารในกลุ่มนิวคลีโอไทด์ จะออกฤทธิ์บรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันลิ่มเลือด อัมพาต และสารประกอบเจอมาเนียม ช่วยสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย บำรุงประสาทและช่วยกรุต้นระบบการไหลของเลือดให้ดีขึ้น

เห็ดหลินจือ ได้ถูกนำไปทดลองอย่างต่อเนื่อง มีผลการทดลองที่น่าสนใจดังนี้

1. เห็ดหลินจือช่วยในเรื่องเพิ่มสรรถภาพของร่างกาย ทำให้ออกกกำลังกายได้มากขึ้น สร้างความยืดหยุ่นของร่างกายในผู้ป่วยโรคปวมกล้ามเนื้อไฟโบรไมอัลเจีย

2. นำเห็ดหลินจือไปทำการทดลองในการต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น สารไตรเทอร์พีนอยด์ (Triterpenoids) และโพลีแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์ตับ ลดการอักเสบของตับ

3. สารสกัดจากเห็ดหลินจือช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยการเพิ่มจำนวนของเม็ดเลือดขาวชนิด CD3,CD4, CD8  มีผลงานวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งพบว่า การใช้สารสกัดจากเห็ดหลินจือรักษามะเร็งควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบันจะให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า และทำให้การตอบสนองต่อเคมีบำบัดและการฉายนังสีดีขึ้น ถึง 1.24 เท่าคะ

สำหรับประเทศไทยเองก็ได้มีการเพาะเลี้ยงเห็ดหลินจืดมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี แล้ว และได้รับการพัฒนาเพื่อให้ได้เห็ดหลินจือที่มีคุณภาพมีฤทธิ์ทางยาสูง จากผลงานวิจัยของอาจารย์ประจำภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่มีอาการดื้อต่อยารักษาแผนปัจจุบัน โดยปกติแล้วผู้ป่วยโรคไตนั้นเซลล์บุผิวหลอดเหลือดจะตาย เนื่องจากน้ำเลือดของผู้ป่วยมีสารกระตุ้นการอักเสบและมีภาวะการลดลงของสารต้านการอักเสบด้วยเช่นกัน ทางคณะแพทย์จึงนำเห็ดหลินจือมาสกัดเป็นแคปซูลแล้วให้ผู้ป่วยรับประทาน พบว่า สามารถช่วยสารเสริมการอักเสบ และสารต้านการอักเสบเพิ่มมากขึ้น ระดับโปรตีนหรือไข่ขาวที่รั่วออกมาในปัสสาวะก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ไตทำงานได้ดีขึ้น ช่วยยืดอายุการเข้าสู่ภาวะไตวายได้นานขึ้น

โดยทั่วๆไปแล้ว เราสามารถรับประทานเห็ดหลินจือได้เป็นประจำทุกวน แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ไม่ควรบริโภคเห็ดหลินจืออบแห้งเกิน 1.5-9 กรัมต่อวัน ไม่ควรรับประทานผงสกัดเห็ดหลินจือเกินวันละ 1-1.5 กรัม และไม่ควรบริโภคสารละลายเห็ดหลินจือเกิน 1 มิลลิเมตรต่อวัน ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอย่างความดัน เกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกผิดปกติ รวทั้งสตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่นำมารับประทาน ไม่เช่นนั้นท่านจะเจอกับ

อย่างไรก็ตามถึงมีจะมีการทดลองใช้ เห็ดหลินจือ กับผู้ป่วยโรคต่างๆมากมาย แต่บางครั้งก็ไม่มีผลการรับรองทางแพทย์ที่ชัดเจนและแน่นอนออกมา ด้วยเหตุนี้การที่จะรับประทานเห็ดหลินจือในฐานะที่เป็นยารักษาโรคก็ควรพึ่งศึกษาหาข้อมูลให้ถี่ถ้วนเสียก่อนนะคะ อย่าเพียงเชื่อแต่เขาว่ากันมา อาจจะเสียเงินไปฟรีๆได้นะคะ

ข้อมูลอ้างอิง

เห็ดหลินจือกับประโยชน์ต่อสุขภาพ: pobpad.com
เห็ดหลินจือมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้จริงหรือ? : dms.moph.go.th
เห็ดหลินจือราชาแห่งสมุนไพร เสริมภูมิคุ้มกัน ต้านมะเร็ง: kapook.com
งานวิจัยพบสรรพคุณเห็ดหลินจือช่วยวต่อชีวิตผู้ป่วยโรคไต โดยคณะแพทย์ศาสตร์จุฬา? siribuncha.com
เห็ดหลินจือกับประโยชน์ต่อสุขภาพ: pobpad.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น