ฉีดยาคุมกำเนิด เป็นอีกทางเลือกป้องกันการตั้งครรภ์ที่ได้ผลดี

23

สำหรับสาวที่ยังไม่พร้อมจะตั้งครรภ์ หรือไม่คิดจะมีบุตรอาจจะเลือกวิธีคุมกำเนิดด้วยการใช้ยาคุม ยาคุมมีด้วยกันหลายแบบ ทั้งแบบรับประทาน แบบแปะ แบบห่วง และแบบฉีด ซึ่งบางคนไม่อยากจะต้องคอยรับประทานยาทุกวัน ด้วยกลัวว่าจะลืมทาน ยาคุมแบบฉีดจึงเป็นทางเลือกที่ดี ยาคุมแบบฉีด (Injectable contraceptive) ถือว่าเป็นวิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูงถึง99% มีระยเวลาการคุมกำเนิด 1-3 เดือนหลังจากการฉีด

ฉีดยาคุมกำเนิด

ฉีดยาคุมกำเนิด แบ่งออกได้ 2 ชนิดหลักๆ

1. ชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (medroxyprogesterone)  เป็นยาที่ผลิตจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน โดยฮอร์โมนจะไปกระตุ้นให้ผนังมดลูกหนาขึ้นทำให้ไข่ที่ผ่านการปฏิสนธิแล้วไม่สามารถเกาะตัวได้

2. ชนิดฮอร์โมนรวม เป็นยาที่มีฮอร์โมน 2 ชนิด คือโปรเจสเตอโรนและเทสโทสเตอโรน ยาคุมชนิดนี้จะทำให้ไข่ที่ผลิตออกมาจากรังไข่ไม่เจริญเติบโต จึงไม่สามารถผสมกับอสุจิได้ ยาคุมชนิดนี้ผลิตมาเพื่อลดอาการผิดปกติของการมีประจำเดือน ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอมากขึ้น และสามารถตั้งครรภ์ได้ทันทีหลังจากหยุดใช้ยา

ถึงแม้ว่ายาคุมชนิดฉีดจะให้ผลที่ดี แต่ก็มีจำกัดสำหรับบางบุคคลที่สงสัยว่าตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเหล่านี้ คือ โรคเกี่ยวกับตับ โรคไมเกรน โรคมะเร็งเต้านม โรคเบาหวานที่มีอาการแทรกซ้อน โรคกระดูกพรุน โรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด ผู้มีอาการเลือดออกผิกปกติในช่วงมีประจำเดือนหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ ผู้มีภาวะเลือดออกง่ายและหยุดยาก รวมทั้งผู้ที่ดื่มแอลกฮอล์อย่างหนัก มีโรคผิดปกติในการรับประทานอาหาร  ผู้มีภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้แพทย์จึงจำเป็นต้องสอบประวัติผู้ที่ต้องการฉีดยาคุมอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย

ผู้ที่ต้องการใช้ยาคุมชนิดฉีดจำเป็นต้องให้แพทย์จะเป็นผู้ที่ฉีดยาให้เท่านั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง แพทย์จะฉีดคุมกำเนิดเข้าบริเวณเนื้อต้นแขนหรือสะโพก เมื่อฉีดแล้วจะมีอาการปวดตึงบริเวณดังกล่าวประมาณ 1 วัน จึงไม่ควรนวดคลึงบริเวณที่ฉีดยาเพราะจะทำให้ยาถูกดูดซึมเร็วเกินไป ส่งผลให้ระดับยาเหลือไม่สูงพอที่จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้จนครบกำหนดเวลา  เช่น ยาจะมีฤทธิ์ได้ 3 เดือนก็อาจจะ เหลือเพียง 2 เดือนครึ่ง เป็นต้น

โดยทั่วไปจะฉีดยาคุมภายใน 5 วันหลังจากประจำเดือนมา แต่ถ้าฉีดหลังจากนั้นจะทำให้ยาออกฤทธิ์ช้ากว่าเดิมประมาณ 7 วัน หลังจากฉีดยาแล้วควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 7 วันเพื่อให้ฮอร์โมนยับยั้งการตกไข่ได้ทั้งหมดเสียก่อน และยาคุมชนิดนี้สามารถฉีดได้ทันทีหลังจากที่คลอดบุตรหรือแท้งบุตรคะ

อย่างไรก็ตามยาคุมชนิดฉีดจะส่งผลต่อร่างกายยาวนานกว่ายาคุมชนิดรับประทาน ผู้ที่ต้องการจะมีบุตรอาจจะใช้เวลา 6 เดือน – 1 ปีหลังจากหยุดยาในการที่จะตั้งครรภ์ บางคนใช้ยาติดต่อกันมานานกว่า 1 ปีอาจทำให้ประจำเดือนขาดหายได้คะ

ผลข้างเคียงสำหรับการใช้ยาคุมแบบฉีด ได้แก่ การมีประจำเดือนมากและนานกว่าปกติ ปวดศีรษะ ปวดท้อง มีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ เวียนหัว น้ำหนักตัวเพิ่ม เป็นฝ้า อารมณ์เปลี่ยนแปลง หากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้

ข้อดีของยาคุมชนิดฉีดคือสามารถฉีดได้ในขณะที่ให้นมบุตรแต่จะทำให้มีปริมาณน้ำนมกว่ามากกว่าปกติ และยาที่ฉีดเข้าไปจะไม่ส่งผลเสียต่อลูกน้อย มีราคาถูกเมื่อเทียบกับยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดหรือการใส่ห่วงอนามัย นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันได้ 3 เดือนโดยที่ไม่ต้องรับประทานยาทุกวัน ทำให้เกิดความผิดพลาดในการตั้งครรภ์น้อยมาก

ผู้ที่ประสงค์จะฉีดยาคุมแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ด้านสูตินารีคะ และควรพบแพทย์ตามกำหนดอย่างเคร่งครัดในการฉีดยาคุมครั้งต่อไปเพื่อการป้องกันจะได้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ข้อมูลอ้างอิง

ฉีดยาคุม เรื่องควรรู้เพื่อการคุมกำเนิด: pobpad.com
การฉีดยาคุมกำเนิด 15ข้อดี ข้อเสีย & ยาฉีดคุมกำเนิด: medthai.com
ยาฉีดคุมกำเนิด: haamor.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น