เมล็ดเจีย (Chia Seeds) ธัญพืชที่มีสรรพคุณช่วยลดน้ำหนัก

284

เมล็ดเจีย … ซุปเปอร์ฟู้ด… เทรนรักสุขภาพกำลังมาแรง คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจกับรูปร่างและสุขภาพของตนเองมากขึ้น ธัญพืชต่างๆก็เข้ามามีบทบาทอาหารเพื่อสุขภาพ บางชนิดก็ไม่เป็นที่คุ้นเคย อย่าง เมล็ดเจีย ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมกันมากในหมู่ผู้ชอบทานธัญพืชและลดน้ำหนัก

เมล็ดเจีย

เมล็ดเจียหรือเมล็ดเซีย (Chia Seed) เป็นพืชในกลุ่มเดียวกับกระเพราและมิ้นต์ เจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศหนาวเย็น ปลูกกันมาในทวีปอเมริกา  มีลักษณะเม็ดเล็กๆ เรียวรี สีน้ำตาลเทา เมื่อแช่น้ำจะพองตัวมีลักษณะใส ซึ่งต่างจากเม็ดแมงลักที่มีสีดำเมื่อพองตัวจะเป็นเมือกสีขาวขุ่น

เมล็ดเจีย ธัญพืชมากสารอาหารและพลังงาน

เมล็ดเจียเพียง 28 กรัม ให้พลังงานทั้งหมด 137 กิโลแคลลอรี่ มีเส้นใยอาหาร 10.6 กรัม มีไขมันทั้งหมด 8.6 กรัม โอเมก้า 6 1,620 กรัม และโอเมก้า 3 4,915 กรัม (มากกว่าปลาแซลมอนถึง 8 เท่า) มีแคลเซียม 177 มิลลิกรัม (มากกว่านมถึง 5 เท่า) แมกนีเซียม 10.6 มิลลิกรัม (มากกว่าบล็อกโคลี 15 เท่า)  และไม่มีคอเลสเตอรอล เมล็ดเล็กนิดเดียวไม่น่าเชื่อว่าจะอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายขนาดนี้

ประโยชน์ของเมล็ดเจีย

เมล็ดเจียนั้นมีประโยชน์อย่างมากในช่วงมีประจำเดือน เพราะไฟเบอร์ในเมล็ดเจียจะช่วยลดปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้อาการฮอร์โมนแปรปวนลดลง  ลดอาการปวดท้องและปวดหลังในช่วงมีประจำเดือนได้ คาร์โบไฮเดรตในเมล็ดเจียจะช่วยลดผลกระทบด้านอารมณ์ ลดอาการหงุดหงิด อารมณ์เสีย และอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ส่วนแคลเซียมจะช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงมีประจำเดือน เช่น ปวดท้อง ปวดศีรษะ ปวดหลัง อารมณ์แปรปวน เป็นต้น

เมล็ดเจีย สรรพคุณด้านการลดน้ำหนัก

เมล็ดเจียมีสรรพคุณขึ้นชื่อในเรื่องการนำมาช่วยสาวๆลดน้ำหนักได้ เพราะเมล็ดเจียจะช่วยดูดซึมของเหลว มีไฟเบอร์สูง เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ไฟเบอร์ในเมล็ดเจียจะค่อยถูกย่อยไปทีละเล็กทีละน้อย ทำให้เรารู้สึกอิ่มทน ไม่หิวเร็ว ยิ่งกว่านั้นการลดอาหารในขณะลดน้ำหนักอาจทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการได้ แต่ในเมล็ดเจียที่ได้ชื่อว่า Super food นั้น มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายจำนวนมาก ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารน้อยลง

วิธีรับประทานเมล็ดเจีย

เมล็ดเจียสามารถนำมารับประทานได้หลายรูปแบบ อาจจะนำไปผสมของเหลว อย่าง น้ำ นม น้ำผลไม้ น้ำเต้าหู้ ในอัตราส่วนน้ำ 1 แก้ว ต่อเมล็ดเจีย 1 ช้อนโต๊ะ หรืออาจนำไปแช่น้ำให้เนื้อข้นแล้วนำไปผสมโยเกิร์ตก็ได้ และสามารถทานเมล็ดเจียแบบแห้งโดยการโรยบนสลัด หรือผสมในขนมปังอบ คุ๊กกี้ ควรรับประทานเพียงเล็กน้อย เพราะอาจทำให้มีอาการท้องอืดได้นะคะ นอกจากนี้เมล็ดเจียนั้นไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้โปรตีน (กูลเตน) ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์  ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ ผู้ที่แพ้ยาแอสไพริน ผู้ที่ทำการผ่าตัด เสียเลือดมากเพราะโอเมกา-3 ในเมล็ดเจียจะทำให้หลอดเลือดบางลง  และไม่ควรรับประทานเมล็ดเจียติดต่อกันเป็นเวลานานๆคะ

สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยรับประทานเมล็ดเจีย แนะนำให้ลองรับประทานที่ละน้อยๆประมาณ 2-3 ช้อนชาต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้คุ้นเคยกับมันเสียก่อน แล้วค่อยปรับเพิ่มขึ้นแต่ไม่ควรเกิน 6 ช้อนโต๊ะต่อวัน เนื่องจากเมล็ดเจียมีคุณสมบัติดูดของเหลวได้ดี จึงจำเป็นต้องดื่มน้ำในปริมาณมากขึ้นในแต่ละวัน  และสำหรับคนที่มีปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ หรืออาหารไม่ย่อยเนื่องจากรับประทานเมล็ดเจีย แนะนำให้นำไปแช่น้ำให้เมล็ดเจียพองเต็มที่เสียก่อนค่อยนำมารับประทาน หากยังคงมีอาการท้องผูกอีกเมื่อทานเมล็ดเจียควรเลิกรับบประทาน

เนื่องจากเมล็ดเจียนั้นจะพองตัวทันที่เมื่อโดนน้ำ จึงไม่สามารถล้างทำความสะอาดได้ก่อนรับประทานจึงแนะนำให้เลือกเมล็ดเจียที่มีวิธีการปลูกแบบออแกนนิค (Organic 100%)โดยไม่ใช้สารพิษหรือยาฆ่าแมลงในการปลูกจะดีที่สุดคะ จะช่วยลดความเสี่ยงในการสะสมสารพิษในร่างกายซึ่งอาจทำให้เกิดโรคต่างๆได้ รับประทานทั้งทีต้องได้ประโยชน์สูงสุด

ข้อมูลเพิ่มเติม:
ประโยชน์และเรื่องต้องห้าม เมล็ดเจียกินผิดวิธีไม่ดีต่อสุขภาพ : manager.co.th
เมล็เจีย Natural กับ Organic ต่างกันยังไง อันตรายไหม แล้วแบบไหนดีกว่า? : chiapafe.com
ทำไมบางคนกินเมล็ดเจียแล้วท้องผูก ท้องอืด? : bodyshape.co.th

ร่วมแสดงความคิดเห็น