ปรอทวัดไข้ มีความสำคัญยังไงบ้าง สำหรับลูกน้อย

14

ยามลูกน้อยไม่มีอาการไม่สบายตัว ร้องไห้งอแง การวัดอุณหภูมิจึงมีความจำเป็นอย่างมาก อย่าใช้เพียงนำหลังมือแตะที่หน้าผากซึ่งจะได้ทำให้คุณแม่ไม่ทราบอุณหภูมิที่แท้จริง การที่ลูกน้อยมีอุณหภูมิสูงนั้นไม่เป็นผลดี หากเกิดอาการชัก และถ้าเกิดอาการชักบ่อยๆย่อมส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านสมองของลูกน้อด้วยนะคะ ดังนั้นคุณแม่ควรมีปรอทสำหรับไว้วัดไข้เจ้าตัวน้อยไว้ติดบ้านคะ

ปรอทวัดไข้

แนะนำสินค้า แม่และเด็ก

ปัจจุบัน ปรอทวัดไข้ มีด้วยกันหลายแบบได้แก่

1. เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท ภายในบรรจุสารปรอท หากเกิดการแตกของเทอร์โมมิเตอร์ สารปรอทที่อยู่ภายในเข้าสู่ร่างกาย จะทำให้เกิดพิษแบบเฉียบพลัน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องระมัดระวังอย่าให้เทอร์โมมิเตอร์ปรอทแตกหรือรั่วซึม เทอร์โมมิเตอร์แบบนี้จะให้ผลที่แม่นยำสูงและมีราคาถูก แต่ปัจจุบันได้มีการรณรงค์เรื่องการใช้สารปรอททำให้มีการผลิตเทอร์โมมิเตอร์ชนิดนี้ลดการผลิตลง หากเลือกใช้เทอร์โมมิเตอร์ชนิดนี้ห้ามนำไปล้างน้ำหรือตกกระแทก เพราะเปราะบาง เทอร์โมมิเตอร์ชนิดนี้เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ

2. เทอร์โมมิเตอร์แบบดิจิตอล มีความแม่นยำน้อยกว่าเทอร์โมมิเตอร์แบบปรอท แต่จะใช้สะดวกกว่าเพราะค่าวัดที่ได้จะแสดงเป็นตัวเลข อ่านง่าย ส่วนการใช้งานก็คล้ายคลึงกับเทอร์โมมิเตอร์ปรอท เทอร์โมมิเตอร์ชนิดนี้เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 5 ขวบ

3. เทอร์โมมิเตอร์แบบอินฟาเรด เป็นการตรวจวัดอุณหภูมิที่พื้นผิวของวัตถุ โดยการตรวจจับรังสีคลื่นอินฟาเรดของความร้อนที่แผ่ออกมา และแปลค่าเป็นอุณหภูมิ เพื่อการตรวจวัดที่แม่นยำควรทำการตรวจซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง และหาค่าคำนวณเฉลี่ย สำหรับเทอร์โมมิเตอร์แบบนี้จะสามารถอ่านค่าได้ในระยะเวลาสั้น เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 3 ขวบขึ้นไป

วิธีใช้ปรอทสำหรับวัดไข้เจ้าตัวเล็ก ได้แก่

1. ใช้วัดทางทวารหรือทางก้น เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ ให้ลูกน้อยนอนคว่ำหรือนอนหงาย แล้วนำเจลหล่อลื่นหรือวาสลีนทาบริเวณปลายปรอท  ค่อยๆสอดปลายปรอทเข้าทางรูทวารลึกประมาณ 0.5 นิ้ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ  2 นาที

2. ใช้วัดทางปากหรือทางรักแร้ เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 5 ขวบขึ้นไปคะ โดยทำความสะอาดปลายปรอทด้วยน้ำสะอาดต้มสุก แล้วเอาปลายปรอทให้ลูกน้อยอมไว้ใต้ลิ้น หรือหากวัดทางรักแร้ก็ให้หนีบไว้ที่รักแร้ ทิ้งไว้ประมาร 2-3 นาที  แต่หากใช้เป็นปรอทแบบอินฟราเรดก็ใช้แบบเดียวกันกับปรอทแก้ว แต่จะแสดงค่าด้วยตัวเลขดิจิตอล สำหรับวิธีวัดอุณหภูมิด้วยการอมไว้ใต้ลิ้น หากเด็กไม่ให้ความร่วมมือไม่ควรใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบปรอทนะคะ เด็กอาจกัดแตกได้

3. ใช้วัดอุณหภูมิทางหูหรือหน้าผาก ส่วนมากจะใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบอินฟาเรด วิธีวัดคือ หากเด็กมีอายุต่ำกว่า 1 ปี ให้ดึงหูตรงมาทางด้านหลัง และสำหรับเด็กที่อายุ 1 ขวบขึ้นไป ให้ดึงหูยกขึ้นมาทางด้านหลัง และเมื่อได้ยินเสียงปี๊บแสดงว่าเครื่องวัดอุณหภูมิเสร็จเรียบร้อยแล้ว การวัดอุณหภูมิทางหูอาจจะให้ผลที่คาดเคลื่อนได้หากเด็กมีขนาดรูหูที่เล็กหรือมีขี้หูเยอะ

สำหรับเด็กหากมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 38 องศาเซลเซียล แสดงว่ามีไข้ คุณแม่ควรทำการลดอุณหภูมิร่างกายด้วยการเช็ดตัว โดยนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุณหภูมิห้องหรือผสมน้ำอุ่นสักเล็กน้อย จะช่วยกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัว และนำความร้อนออกจากร่างกายได้ดี เช็ดไล่จากศีรษะลงไปจนทั่วตัว และหากลูกน้อยยังมีไข้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ทำการลดไข้อย่างไรก็ไม่หาย มีอาการกระสับกระส่าย ร้องไห้ไม่หยุด หายใจหอบ อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย คุณแม่ควรนำลูกน้อยพบแพทย์ทันที

ข้อมูลอ้างอิง

เทอร์โมมิเตอร์กับการดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นไข้: pharmacy.mahidol.ac.th
ประเภทของเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้: xn--m3cd4aaid9de5d8fgu3ki.com
วิธีเลือกชนิดของปรอทวัดไข้: clinicdek.com
ปรอทวัดไข้สำหรับเจ้าตัวเล็ก: baby.haijai.com

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น